Categories
บทความพันธุ์สุนัข

มารู้จักสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นกันเถอะ“น้องหมาสัญชาติญี่ปุ่นมีพันธุ์อะไร หน้าตาเป็นยังไงบ้างนะ”

      ในบ้านเรา ปรกติแล้วเวลาใครเลือกสุนัขพันธุ์แท้มาเลี้ยง ก็มักจะเลือกสายพันธุ์ฝรั่ง น้อยคนที่จะรู้จักและเลือกเลี้ยงสุนัขสัญชาติญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสุนัขพื้นเมือง คนที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่จึงเป็นคนญี่ปุ่น(ก็เหมือนกับที่คนไทยหลายคนนิยมเลี้ยงบางแก้ว หลังอานนั่นเอง) และหาซื้อนอกญี่ปุ่นค่อนข้างยากแต่รู้หรือไม่ว่าสุนัขสัญชาติญี่ปุ่นนั้นสวยงามมากทีเดียว มีใบหน้าและรูปร่างที่เท่ ดูคม ดูโฉบเฉี่ยว และเฉลียวฉลาด ในบทความนี้เราจึงจะพาทุกคนไปรู้จักสุนัขเหล่านี้กัน ว่ามีพันธุ์อะไรบ้าง

1.พันธุ์อะคิตะ

      พันธุ์เดียวกับ “ฮาจิ” ยอดสุนัขกตัญญูที่ทั่วโลกรู้กันดีว่าออกไปรอเจ้านายที่ตายแล้วนานถึง 11 ปี โดยลักษณะของพันธุ์นี้คือมีขนฟูฟ่อง สีน้ำตาล/น้ำตาลอมส้มแซมขาว หน้าตาคล้ายสุนัขจิ้งจอก ตัวใหญ่ นิสัยเด่นคือมีความซื่อสัตย์ จงรักภัคดีต่อเจ้าของมาก

2. พันธุ์ชิบะ

หลายคนอาจสับสนกับพันธุ์อะคิตะ เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพันธุ์ชิบะนั้นขนบริเวณใบหน้าจะดูไม่ฟูเท่าพันธุ์อะคิตะ และที่สำคัญคือพันธุ์ชิบะจะตัวเล็กกว่า ส่วนใหญ่จะสูงประมาณ 16 นิ้ว 

 

3. พันธุ์คิชู

ส่วนใหญ่จะมีขนสีขาวล้วนเหมือนหิมะ ดูแล้วไม่ค่อยฟูมาก รูปร่างปราดเปรียว ขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก “เปโร” สุนัขที่ชิสุกะเลี้ยงในการ์ตูนโดราเอมอนก็เป็นเป็นสุนัขพันธุ์นี้

ส่วนที่มีขนสีอื่นเช่น แดง เบจ ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว

 

4. พันธุ์คาอิ

ขนสีน้ำตาลเข้มลายเสือ แซมขาวเล็กน้อย มีร่างกายที่ไม่ใหญ่มาก แต่ดูกำยำและนิสัยค่อนข้างดุ เพราะเดิมทีใช้เป็นสุนัขล่าสัตว์ตามภูเขา 

“มุคุ” สุนัขที่ไจแอนท์เลี้ยงในการ์ตูนโดราเอม่อนก็มีรูปลักษณ์และนิสัยเหมือนสุนัขพันธุ์นี้มาก

 

5. พันธุ์ชิโกกุ

รูปร่างค่อนข้างเพรียว มีนิสัยค่อนข้างดุ ไม่ค่อยเป็นมิตร ชอบต่อสู้ แต่รักเจ้าของมาก เพราะโดยพื้นฐานแล้วเป็นสุนัขป่าและเดิมทีถูกเลี้ยงไว้เพื่อการล่าสัตว์ 

 

6. พันธุ์แจแปนีสเทอร์เรีย

ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขจิ้งจอกขนยาว จัดเป็นสุนัขสัญชาติญี่ปุ่นที่หายาก รูปร่างคล้ายพันธุ์วิพเพต คือผอม ขนสั้นเกรียน และตัวค่อนข้างสูง ส่วนนิสัยจะค่อนข้างร่าเริงและใจดี

 

7. พันธุ์แจแปนีสสปิทซ์

พันธุ์นี้จะมีขนสีขาว ปุกปุยเหมือนพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ใบหน้าค่อนข้างยาว ร่างกายดูปราดเปรียว สง่างาม ส่วนขนาดจะใหญ่กว่าปอมเมอเรเนียนเล็กน้อย แต่เล็กกว่าซามอยด์ เหมาะสำหรับเลี้ยงเป็นสุนัขครอบครัว สามารถอุ้มขึ้นมากอดหรือนั่งตักได้สบายๆ

 

8. พันธุ์แจแปนีสสเปเนียล

หรือเรียกว่าสเปเนียลญี่ปุ่น เป็นสุนัขสัญชาติญี่ปุ่นขนาดเล็ก ใบหน้าค่อนข้างสั้น ขนมักเป็นสีขาวแซมดำ ขนจะยาวพริ้วมากบริเวณหาง หน้าอก และข้างลำตัว หูตกและยาว หากเลี้ยงแล้วต้องหมั่นอาบน้ำแปรงขน และทำความสะอาดภายในหูอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

9. พันธุ์ฮ็อกไกโด

อีกสุนัขสัญชาติญี่ปุ่นที่หายากมาก และไม่ค่อยมีคนเลี้ยงนอกประเทศ หน้าตาคล้ายพันธุ์อะคิตะและชิบะ แต่ต่างกันเล็กน้อยตรงที่พันธุ์ฮ็อกไกโดจะขนสั้นกว่าและไม่ค่อยฟู อีกทั้งสีขนที่แซมกันจะมีความเข้ม-อ่อนที่ไม่ค่อยต่างกันนัก

 

10. พันธุ์ซาคาลินฮัสกี้

หรือเรียกว่าคาราฟูโตะ รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนสุนัขพันธุ์สปิทซ์ผสมกับอะคิตะหรืออินุ เป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้ใช้ลากเลื่อน จึงมีขนหนา ฟู และทนต่อสภาพอากาศหนาวได้ดี

Categories
บทความอุปกรณ์สุนัข

รู้ไว้สักนิดก่อนคิดซื้อบ้านสุนัข“วิธีเลือกบ้านน้องหมา บ้านน้องหมามีกี่แบบ”

      สำหรับใครที่อยากจัดโซนให้เพื่อนซี๊สี่ขาอยู่แยกต่างหาก ไม่เพ่นพ่านวุ่นวาย บ้านสุนัขสักหลังก็อาจเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสุนัขจะได้มีมุมที่อยู่สบายๆเป็นของตัวเอง ไม่มากวนเจ้าของเวลาที่เจ้าของจะพักผ่อน ทำงาน หรือทำกิจกรรมที่ต้องการใช้สมาธิแต่ก่อนจะซื้อบ้านสุนัขสักหลัง ลองมาดูกันก่อนว่าควรจะเลือกอย่างไรถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ของถึงจะมีความทนทาน และสุนัขจะอยู่สบายที่สุด

วิธีเลือกบ้านสุนัข และข้อควรรู้

  • อันดับแรกควรวัดความสูง และความยาวของลำตัวน้องหมาให้เรียบร้อย จะได้รู้ว่าควรเลือกบ้านขนาดไหน เพราะบ้านสุนัขมีหลายหลายขนาด เวลาเลือกต้องเผื่อพื้นที่ให้น้องหมาขยับเนื้อขยับตัว และเคลื่อนไหวได้สะดวกด้วย
  • เลือกก่อนว่าจะทำบ้านสุนัขแบบไหน เพราะบ้านสุนัขมีหลายแบบ เช่น แบบที่มีกรงล้อม แบบไม่มีกรงล้อม นอกจากนี้ยังมีวัสดุหลากหลาย ทั้งไม้ เหล็ก พลาสติก ส่วนดีไซน์ก็มีทั้งแบบมินิมอล เรียบง่าย ไปจนถึงเริ่ดหรูแบบบ้านคน 
  • เมื่อเลือกแบบบ้านสุนัขที่ถูกใจได้แล้ว ต่อมาก็เป็นการเลือกผู้จำหน่ายซึ่งมีทั้งที่ขายแบบสำเร็จรูปและรับสร้าง บ้านสุนัขบางแบบก็เป็นของสำเร็จรูป สามารถซื้อมาใช้งานได้เลย แต่บางแบบก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ในส่วนนี้ต้องคำนวนงบประมาณให้ดี
  • บ้านสุนัขขนาดเล็กสามารถตั้งในตัวบ้านได้ ตามห้องรับแขก ทางเดินเชื่อมห้อง ฯลฯ แต่หากเป็นบ้านสุนัขขนาดใหญ่ที่ต้องตั้งนอกบ้าน แนะนำว่าควรเลือกวัสดุที่ทนแดดทนฝน หรือไม่ก็มีหลังคากำบังไว้อีกที เพราะไม่อย่างนั้นของจะเสื่อมสภาพเร็ว
  • แนะนำให้เลือกบ้านสุนัขแบบยกพื้นขึ้น(มีใต้ถุนเล็กน้อย) เพราะจะเป็นฉนวนช่วยรักษาอุณหภูมิในบ้านสุนัขให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ นอกจากนี้หากเป็นบ้านสุนัขแบบไม้ การที่พื้นยกขึ้นเล็กน้อยจะช่วยไม่ให้ไม้สัมผัสกับพื้นดินที่อาจเฉอะแฉะ ถือเป็นการยืดอายุการใช้งานของวัสดุด้วย
  • ตำแหน่งที่ตั้งบ้านสุนัขก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรเลือกตั้งในจุดที่ไม่โดนแดดส่องแรงๆเพราะจะทำให้สุนัขร้อน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งบ้านสุนัขใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะเวลาลมพัดแรงกิ่งไม้อาจหักลงมาโดนสุนัขบาดเจ็บหรือบ้านสุนัขเสียหายได้ และไม่ควรตั้งในจุดที่มีน้ำเจิ่งนองเวลาฝนตกได้ง่าย เพราะอาจทำให้วัสดุที่ใช้ทำบ้านสุนัขสกปรกง่ายและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง นอกจากนี้ควรเลือกจุดที่ไม่ห่างไกลจากตัวบ้านของเจ้าของมาก เพราะเจ้าของจะได้คอยสังเกตสุนัขได้สะดวก
  • ภายในบ้านสุนัข ควรจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้สุนัขอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นชามน้ำ ชามอาหาร ของเล่น เบาะนอน นอกจากนี้ควรติดไฟรอบๆบ้านสุนัขให้สว่างด้วย และหากใครให้สุนัขนอนนอกบ้านตอนกลางคืน อย่าลืมติดมุ้งกันยุ้งให้สุนัขด้วย
  • สำหรับใครที่เลี้ยงสุนัขขนาดใหญ่มากๆ เช่น พันธุ์เซ็นต์เบอร์นาร์ด เยอรมันเชพเพิร์ด ต้องการแยกบริเวณสุนัขต่างหากและให้สุนัขอยู่ในบ้านที่มีกรงล้อม ควรปูพื้นรอบๆตัวบ้านด้วยแผ่นหิน เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขขุดดินบริเวณรั้วและมุดหนีออกไปได้ นอกจากนี้กรงต้องมีความแข็งแรงพอ ไม่ให้สุนัขพังได้ง่ายๆ เพราะสุนัขขนาดใหญ่จะมีแรงเยอะ
  • ต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านสุนัขสม่ำเสมอ เพื่อให้สุนัขมีสุขอนามัยที่ดี

 

…และข้อสำคัญที่ลืมไม่ได้ สำหรับใครที่สร้างบ้านให้สุนัขอยู่นอกตัวบ้านต่างหาก อย่าปล่อยให้สุนัขอยู่ตามลำพังมากเกินไป ควรหาเวลาไปเล่นไปคลุกคลีกับสุนัขบ่อยๆ ไม่อย่างนั้นสุนัขจะเหงา เครียด จนมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวหรือป่วยได้

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

14 อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข“กินแล้วอันตรายกว่าที่คิด!”

      อาหารการกินของน้องหมาเป็นเรื่องที่ต้องระวังมากและหลายคนมักมองข้ามไป อาหารบางอย่างที่คนกินแล้วดีก็ไม่ได้แปลว่าจะดีกับน้องหมาด้วย ดังนั้นในบทความนี้เราจึงรวบรวมรายการอาหารต้องห้ามสำหรับน้องหมามาให้ แต่ละอย่างบอกเลยว่าอันตรายกว่าที่คิด บางอย่างกินแล้วถึงตายก็มี

 

  1. เหล้า เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ของกินประเภทนี้เป็นอันตรายต่อตับและสมอง สำหรับคนแล้วต้องกินไปพักใหญ่ถึงจะเห็นผลเสีย แต่สำหรับน้องหมาแล้ว กินไปเพียงไม่นานก็จะเริ่มอาเจียนและท้องเสียรุนแรงได้ บางตัวก็เป็นอันตรายถึงชีวิต

 

  1. ช็อคโกแล็ต

ในขนมหวานชนิดนี้มีสารที่ไปก่อกวนการทำงานของเซลล์ประสาท ทำให้สุนัขมีอาการทางประสาท นอกจากนี้ยังท้องเสียรุนแรงและชักได้ บางตัวก็รุนแรงมากถึงขั้นหัวใจล้มเหลวและตาย

 

  1. องุ่น

แม้จะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สำหรับคน แต่มันสามารถทำให้สุนัขมีอาการท้องเสีย ปัสสาวะไม่ออก ไม่มีเรี่ยวแรง และไตวายเฉียบพลันได้ ไม่ควรให้สุนัขกินแม้เพียงลูกเดียว

 

  1. อาหารประเภทนม

ไม่ว่าจะนมวัวสดๆ ไอศกรีม เค้ก หรืออะไรก็ตามที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ห้ามเอาให้น้องหมากินเด็ดขาด เนื่องจากมีน้ำตาลแลคโตสที่ร่างกายน้องหมาไม่สามารถย่อยได้ ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและมีปัญหาอื่นๆเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้

 

  1. แมคคาเดเมีย

เมื่อน้องหมากินเข้าไปแล้วจะมีอาการกล้ามเนื้อสั่น บางตัวก็อาเจียนด้วย หากอาการรุนแรงมากๆอาจถึงตายได้

  1. กระเทียม

ไม่ว่าจะกระเทียมสด หรืออาหารใดๆที่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบ ก็ห้ามให้น้องหมากินอย่างเด็ดขาด เพราะในกระเทียมมีสารที่เป็นพิษกับเม็ดเลือดแดงของน้องหมา ทำให้ออกซิเจนในเลือดทำงานได้ไม่ดี สุดท้ายจะทำให้เกิดภาวะเลือดจาง ร่างกายไม่มีแรง และหายใจลำบาก

 

  1. อาหารแมว

อาหารสำหรับสัตว์แต่ละชนิดมีสารอาหาร รสชาติ และส่วนประกอบที่แตกต่างกัน ควรให้กินของใครของมัน ไม่ควรนำมาให้ปนกัน และสำหรับอาหารแมวนั้น เหตุผลที่ไม่ควรให้น้องหมากินก็เพราะว่ามีโปรตีนและไขมันสูงเกินความจำเป็นของร่างกายน้องหมา

 

  1. เห็ด

น้องหมากินเข้าไปแล้วจะทำให้อาหารไม่ย่อย และทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา อาจเป็นอันตรายต่อตับและไตได้

 

  1. มันฝรั่ง

เพราะในมันฝรั่งมีออกซาเลต สารที่จะไปรบกวนการทำงานของทั้งระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย และระบบประสาทของน้องหมา

 

  1. ปลาดิบ

เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ รวมทั้งปลา หากจะให้น้องหมากิน ต้องปรุงให้สุกก่อนเสมอ ห้ามให้เกินดิบเด็ดขาด เพราะสารในเนื้อดิบจะทำให้น้องหมาขาดวิตามิน มีอาการเบื่ออาหาร และช็อคได้

  1. ขนมหวานทุกชนิด

เยลลี่ ท็อฟฟี่ ลูกอม หรืออะไรก็ตาม ห้ามให้น้องหมาลิ้มลองแม้แต่นิดเดียว เพราะของจำพวกนี้มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก หากน้องหมากินเข้าไปแล้วจะทำให้ฟันผุได้ นอกจากนี้ยังอาจเป็นโรคอ้วน หรือโรคหัวใจได้ด้วย

 

  1. กระดูก

แต่ไหนแต่ไรมา คนเลี้ยงน้องหมามักชอบเอากระดูกให้น้องหมาแทะเล่น แต่รู้หรือไม่ว่านี่เป็นสิ่งที่อันตรายมาก! หากเป็นกระดูกอ่อนๆที่ติดอยู่กับซี่โครงหมูก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นกระดูกท่อนใหญ่ๆ แข็งๆ บอกเลยว่าห้าม! เพราะเมื่อแตกหักแล้วจะคมมาก และหากน้องหมากลืนกินลงไปก็อาจแทงกระเพาะอาหารทะลุได้ หรือไม่ก็อาจบาดช่องคอ

 

  1. ไข่ดิบ 

ในไข่ดิบมีสารที่ไปลดประสิทธิภาพของไบโอดิน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้องหมา ทำให้น้องหมาร่างกายทรุดโทรม ไม่แข็งแรง ขนร่วง ไม่เติบโตตามปรกติ บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องกระดูก

 

  1. อาหารเค็มจัด

เช่นเนื้อหมักเกลือ ส้มตำ ยำ และอื่นๆที่มีปริมาณเกลือสูง ห้ามให้น้องหมากินเด็ดขาด เพราะจะเป็นอันตรายต่อไตได้

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

ใครอยากเลี้ยงชิวาวาฟังทางนี้!“สิ่งที่คนเลี้ยงชิวาวาควรรู้”

      สุนัขพันธุ์ชิวาวาเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีผู้นิยมเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด พาไปไหนมาไหนได้ง่าย ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยง แถมยังหน้าตาน่ารักอีกด้วย เหมาะสำหรับเลี้ยงเป็นสุนัขครอบครัวหรือเพื่อนคลายเหงา

และสำหรับใครที่สนใจอยากเลี้ยงน้องหมาพันธุ์นี้ละก็ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นมาให้แล้ว ว่าต้องเตรียมตัวต้องรู้อะไรก่อนบ้าง ไปดูกันเลย

สิ่งที่คน(คิดจะ)เลี้ยงชิวาวาต้องรู้

  1. ชิวาวามีนิสัยขี้ตกใจ และค่อนข้างกลัวคนแปลกหน้า ดังนั้นคนเลี้ยงต้องใจเย็น พยายามไม่ใช้เสียงดังกับสุนัข หรือตีสุนัขโดยไม่จำเป็น รวมถึงควรฝึกให้สุนัขทำความคุ้นเคยกับคนอื่นๆบ้าง เพราะถ้าอยู่แต่กับเจ้าของ เวลาเจอคนอื่นแล้วสุนัขจะยิ่งตื่นกลัวง่าย
  2. ชิวาวามีโรคภัยไข้เจ็บประจำสายพันธุ์คือโรคหัวใจ โรคหลอดลมตีบ สะบ้าเคลื่อน และน้ำตาลต่ำ ดังนั้นคนเลี้ยงต้องระมัดระวัง ควรดูแลสุนัขด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่าให้สุนัขเครียดหรือกลัวเพราะอาจเกิดปัญหาหายใจลำบากได้ นอกจากนี้ต้องคอยหมั่นสังเกตอาการสุนัขบ้างว่ามีอะไรผิดปรกติหรือไม่ จะได้ไปพบสัตวแพทย์ทัน
  3. ชิวาวามีทั้งพันธุ์ขนสั้นและขนยาว แนะนำให้อาบน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับพันธุ์ขนยาวให้ใช้หวีแปรงสำหรับสุนัขที่เส้นหวีเป็นซี่โลหะเล็กๆด้วย เพื่อให้ขนคงความนุ่มสลวย ไม่พันกัน ส่วนพันธุ์ขนสั้นให้ใช้หวีสำหรับสุนัขพันธุ์ขนสั้นโดยเฉพาะ 
  4. เรื่องสารอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญ สุนัขก็ต้องการสารอาหารครบถ้วนไม่ต่างจากมนุษย์ ชิวาวาก็เช่นกัน โดยอาหารที่ให้ในแต่ละวันควรมีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และไขมัน อย่าลืมเลือกให้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถึงแม้โดยพื้นฐานระบเผาผลาญของชิวาวาจะดีมาก แต่ถ้าให้อาหารมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนได้
  5. ชิวาวาเป็นสุนัขที่ค่อนข้างปราดเปรียว พลังล้น ชอบวิ่งเล่น ดังนั้นจึงไม่ควรขังหรือล่ามสุนัขทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่ควรปล่อยให้สุนัขออกไปวิ่งเล่นเป็นประจำ
  6. โดยพื้นฐาน ชิวาวาสามารถเข้ากับเด็กได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้องฝึกให้คุ้นเคยกับเด็กตั้งแต่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ๆด้วย
  7. ด้วยความที่ชิวาวาเป็นสุนัขขี้เล่น ขี้ประจบ ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย ดังนั้นหากคิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ จึงต้องแน่ใจว่ามีเวลามากพอที่จะแบ่งให้สุนัขได้ ไม่อย่างนั้นสุนัขจะเหงาจนเครียด หรือหากเจ้าของมีช่วงที่ไม่อยู่บ้านบ่อยๆ ก็ควรมีสุนัขอีกตัวมาเลี้ยงเป็นเพื่อนกัน
  8. ชิวาวาสามารถเลี้ยงได้แม้ในบ้านที่พื้นที่น้อย แต่ก็อย่าลืมว่าต้องหาเวลาให้สุนัขได้ออกกำลังกายบ้างด้วย

การตัดสินใจเลือกชิวาวามาเลี้ยง

      เนื่องจากสุนัขพันธุ์แท้มักมีโรคประจำสายพันธุ์ หากอยากได้สุนัขที่มีสุขภาพที่แข็งแรง และอยู่กับคนเลี้ยงไปได้นานๆ แนะนำให้เลือกซื้อจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือได้จะดีที่สุด

หรือหากใครอยากอุปการะสุนัขที่ถูกทิ้งมาก็ได้เช่นกัน เพราะที่จริงแล้วมีสุนัขพันธุ์แท้จำนวนมากที่ยังสวยและสุขภาพดี แต่กลับถูกเจ้าของปล่อยปละละเลย

แต่ไม่ว่าจะรับน้องมาเลี้ยงด้วยวิธีไหน อย่าลืมว่าน้องก็มีชีวิต มีหัวจิตหัวใจเหมือนเรา เมื่อเลี้ยงแล้วก็ต้องรับผิดชอบดูแลให้ตลอดรอดฝั่ง น้องจะเป็นอย่างไรก็ห้ามทิ้ง น้องเจ็บป่วยก็ต้องคอยดูแลนะคะ

อุปกรณ์ที่ต้องซื้อเข้าบ้านก่อนนำชิวาวาเข้ามาเลี้ยง

  1. ชามอาหารและขามน้ำขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้ชามใหญ่ เพราะสุนัขพันธุ์เล็กความต้องการอาหารจะไม่มากเท่าไหร่
  2. แชมพูสำหรับสุนัข
  3. หวีหรือแปรงสำหรับแปรงขน
  4. เสื้อผ้าสำหรับสุนัข เลือกเป็นผ้ายืดธรรมดาก็ได้ ไว้สำหรับให้สุนัขสวมใส่เวลาอากาศเย็น เพราะชิวาวาแม้จะเป็นพันธุ์ขนยาว แต่ก็ขนไม่หนา
  5. สายจูงและบังเหียน/ปลอกคอ ไว้สำหรับพาสุนัขไปวิ่งเล่นออกกำลังกายในพื้นที่กว้าง เช่น สวนสาธารณะ
Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

5 คาเฟ่สุนัขน่าเที่ยว“โควิดซาเมื่อไหร่ไปเล่นกับเพื่อนซี๊สี่ขากันเถอะ”

      ใครชอบน้องหมา บอกเลยว่าต้องลองไปเที่ยวคาเฟ่น้องหมาซักครั้ง จิบกาแฟไป ทานขนมอร่อยๆ แถมได้เล่นกับน้องหมาขนปุกปุย โอ้ยยฟินสุดๆและถึงแม้ว่าตอนนี้โควิดจะทำให้คาเฟ่ ร้านอาหารทั้งหลายต้องปิดชั่วคราว ก็ไม่เป็นอะไร ลองมาดู 5 คาเฟ่น้องหมาที่เราคัดสรรมาให้อย่างดีกันก่อน ชอบร้านไหนก็เลือกร้านนั้น แล้วพอโควิดซาค่อยชวนเพื่อน แฟน ญาติไปก็ยังไม่สายนะจ๊ะ

       1.Axotic Cafe

      ร้านนี้นอกจากจะมีเมนูอาหารหลากหลาย ทั้งของทานเล่นเบาๆ และเมนูอิ่มๆเน้นๆแล้ว ยังมีโซนน้องหมาที่จะปล่อยน้องหมาให้ออกมาเล่นกับลูกค้าด้วย แถมยังมีบริการถ่ายรูปกับน้องหมาอีกด้วย แต่ใครที่จะไปอาจต้องโทรหาทางร้านเพื่อสอบถามรอบและจองที่นั่งก่อน เพราะร้านนี้จะเปิดให้บริการเป็นรอบๆ และปล่อยน้องหมาเป็นเวลาด้วย

 

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10:00-22:00

ที่ตั้ง: 16 ถนน สุคนธสวัสดิ์ แขวง ลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางการติดต่อ: 096-345-5771

       2. Little Dog Club

      ใครชอบบรรยากาศแบบ OPEN AIR หรือพื้นที่เปิด ไม่ชอบนั่งห้องแอร์ ขอแนะนำร้านนี้เลย เพราะคาเฟ่นี้เขามีสนามหญ้ากั้นรั้วพร้อมโต๊ะเก้าอี้หลายตัว ให้ลูกค้าสามารถเล่นกับน้องหมาได้อย่างสบายใจ โดยน้องหมาที่นี่จะเป็นพันธุ์เล็ก น่ารักปุ๊กปิ๊กสุดๆ ส่วนอาหารก็มีให้เลือกหลายอย่าง จัดเสิร์ฟมาแบบน่าทานสุดๆ

 

เวลาเปิด-ปิด: พุธ-อาทิตย์ เวลา 10:30-20:00

ที่ตั้ง: 1606 ถนนลาดพร้าว วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

ช่องทางการติดต่อ: 089-777-7842

       3. Dog Country Cafe

      เป็นคาเฟ่น้องหมาที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมอินดัสเทรียล ให้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติสุดๆ พร้อมต้อนรับลูกค้าด้วยเหล่าน้องหมาเป็นสิบสายพันธุ์ ทั้งไซบีเรียนฮัสกี้ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ บูลด็อก ชิวาวา ฯลฯ หากใครอยากไปเล่นกับน้องๆเพียงอย่างเดียว ไม่ได้อยากทานอาหาร ก็เสียค่าผ่านประตูเพียง 249 บาทเท่านั้น แต่ถ้าอยากทานอาหารด้วยทางร้านเขาก็มีเมนูให้เลือกหลายอย่าง ทานเล่นๆสบายๆ แล้วเล่นกับน้องหมาไปด้วยได้เลย

 

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9:30-20:00

ที่ตั้ง: 39 พุทธมณฑลสาย 2 แขวง ศาลาธรรมสพน์ เขต ทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ช่องทางการติดต่อ: 085-155-0551, 085-155-0552

       4. Corgi in the Garden

      น้องหมาในร้านนี้เป็นพันธุ์คอร์กี้ล้วนๆ ใครที่หลงรักความขนปุกปุย ขาสั้นต๊อกแต๊กๆของน้องหมาพันธุ์นี้ละก็ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องลองไปเล่นกับน้องๆซักครั้ง โดยทางร้านจะปล่อยน้องๆออกมาเล่นกับลูกค้าเป็นรอบๆ ตั้งแต่ 10:30 ไปจนถึง 16:30 โดยจะเล่นได้รอบละ 1 ชั่วโมง ส่วนค่าผ่านประตูจะมีสองราคาคือ 350 บาท(ได้เครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว) และ 450 บาท(ได้เครื่องดื่มฟรี  1 แก้วพร้อมขนม 1 เมนู)

 

เวลาเปิด-ปิด: อังคาร-ศุกร์ 12:30-18:00 เสาร์-อาทิตย์ 10:30-18:00 (ร้านปิดทุกวันจันทร์)

ที่ตั้ง: 338/1 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ช่องทางการติดต่อ: 062 865 6165

       5. Box Box Dog Cafe

      คาเฟ่น้องหมานี้ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ ใครเป็นชาวเชียงใหม่ หรือมีโอกาสได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ไม่ควรพลาด ร้านนี้เขามีน้องหมาหลายพันธุ์มาก ทั้งคอร์กี้ ชิบะ ไซบีเรียนฮัสกี้ ฯลฯ ส่วนเมนูอาหารจะเน้นขายขนมหวาน มีทั้งเค้ก โมจิ พาย ไดฟุกุ ฯลฯ หรือถ้าใครอยากไปเล่นกับน้องๆเฉยๆ ก็เสียค่าผ่านประตูเพียง 150 บาทต่อคนเท่านั้น สามารถเล่นกับน้องหมาได้ครึ่งชั่วโมงแถมยังได้เครื่องดื่มกับขนมฟรีด้วยนะ

 

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 11:00-17:00

ที่ตั้ง: 12 ถนน สุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 

ช่องทางการติดต่อ: 087-717-8779

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

7 ไอจีชื่อดังที่รวมภาพน้องหมาน่ารักๆไว้เพียบ “คนรักน้องหมารีบกดฟอลด่วน!”

      ช่วงนี้หลายๆคนต้องกักตัวอยู่บ้าน ต้อง WORK FROM HOME บางทีว่างจากงานก็เบื่อๆ จะเที่ยวก็ไม่ได้ ไม่รู้จะทำอะไรดี เรามาส่องภาพน้องหมาแก้เครียดกันดีกว่า ใครที่เล่นไอจีเตรียมกดปุ่มฟอลโลให้ดี เพราะเราได้รวบรวมแอคเค้าท์ไอจีชื่อดัง ที่เต็มไปด้วยภาพน่ารักๆของน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์มาให้แล้ว รับรองว่าแต่ละรูปถ่ายมาอย่างสวย แสง สี มุมกล้องดีเริ่ด บ้างก็มีคลิปวิดีโอด้วย รับรองว่าดูแล้วยิ้มได้ หายเบื่อ หายเซ็งแน่นอน

       1.bigdogcafe

      เป็นไอจีของคาเฟ่น้องหมายอดฮิตที่ตั้งอยู่แถวถนนรัชดาภิเษก โดยเป็นคาเฟ่ที่รวบรวมน้องหมาพันธุ์สวยๆไว้มากถึง 50 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะพันธุ์เล็กพันธุ์ใหญ่ 

และถึงแม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์โควิดจะทำให้คาเฟ่ต้องปิดก่อนชั่วคราว แต่คนรักน้องหมาก็ยังสามารถเข้าไปส่องความน่ารักของเหล่าเพื่อนสี่ขาได้ในไอจีนี้เลย

       2. dogsphere

       มีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน เป็นไอจีที่รวบรวมภาพน้องหมาน่ารักๆจากหลายที่ มีหลากหลายสายพันธุ์เลยทีเดียว รับรองว่าจะช่วยคลายเหงาและทำให้ยิ้มออกได้อย่างแน่นอน

       3. charlie.the.dalmatian

      ใครเป็นแฟนหมาลายจุดรับรองต้องกรี๊ด! เพราะนี่คือไอจีของเจ้าชาร์ลี น้องหมาพันธุ์ดัลเมเชี่ยนวัย 4 ปี มีผู้ติดตามเกือบ 1 แสนคน ภาพส่วนใหญ่มีโทนสีที่ค่อนข้างละมุน และมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม และบางภาพยังมีน้องหมาตัวอื่นๆอยู่กับเจ้าชาร์ลีด้วย รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว ดูแล้วอบอุ่นหัวใจสุดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด

       4. sundaythegoldenretreiver

      ว่ากันว่าน้องหมาพันธุ์โกลเด้นรึทรีฟเวอร์มีความน่ารัก ขี้เล่นไม่เบา ใครที่ชื่นชอบน้องหมาพันธุ์นี้ จะต้องหลงรักไอจีนี้อย่างแน่นอน เตรียมพบกับเจ้าซันเดย์ น้องหมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 4 หมื่นคน ในอิริยาบถสุดน่ารักมากมาย ไม่ว่าจะใส่แว่น ใส่หมวก ผูกผ้าพันคอ หรือแค่นั่งนอนเฉยๆก็น่ารักแล้วอ้ะ รีบไปติดตามกันให้ไวเลยจ้า

       5. dogs.lovers

      เป็นไอจีที่มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านคน! โดยส่วนใหญ่จะลงเป็นภาพและคลิปน้องหมาวัยเอ๊าะๆกำลังเล่นซน มีหลายพันธุ์ ทั้งโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ คอร์กี้ ดัชชุน ร็อตไวเลอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด และอื่นๆอีกเพียบ ใครเข้าไปดูแล้วเป็นต้องพ่ายแพ้ต่อแววตาแป๋ว น่ารักๆของน้องๆอย่างแน่นอน

       6. glutadog

      น้องหมาในภาพและคลิปวิดีโอเป็นของเจ้าของไอจีเอง มีอยู่หลายตัว น่ารักทุกตัวจริงๆ แต่จะมีอยู่สองตัวที่เป็นตัวเด่น ชื่อกลูต้ากับกอลลั่ม โดยเป็น(อดีต)น้องหมาจรที่เจ้าของไอจีอุปการะมา จนปัจจุบันมีชีวิตที่สดใส สุขสบายสุดๆไปเลย ใครอยากเห็นความน่ารัก ขี้เล่นของเหล่าน้องๆละก็อย่าลืมไปติดตามกันนะ ไอจีเขามียอดฟอลโลกว่า 2 แสนคนแล้ว บอกเลยว่าป๊อปมากๆ

       7. worldmeetmarley

      ใครชื่นชอบน้องหมาพันธุ์ใหญ่ บึกบึนๆแล้วละก็ ไอจีนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้มีแต่เจ้ามาร์ลีย์ ที่เป็นพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวเด่นประจำแอคเคาท์เท่านั้น ยังมีน้องหมาร่างใหญ่ตัวอื่นอีกด้วย ทั้งเท่ทั้งน่ารักสุดๆไปเลย

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

เรื่องราวของ “ฮาจิ” สุนัขแสนซื่อสัตย์ ผู้ออกไปรอคอยเจ้านายที่ตายไปแล้วทุกวัน

ว่ากันว่าสุนัขคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุดของมนุษย์…


      คนรักสุนัขทั้งหลาย ไม่ว่าใครพอได้ฟังเรื่องนี้แล้วเป็นต้องกลั้นน้ำตาไม่อยู่กันทุกคน เพราะนี่คือเรื่องจริงของ “ฮาจิ” สุนัขพันธุ์อาคิตะของญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงเรื่องความซื่อสัตย์และภัคดีที่มีต่อเจ้านาย จนขึ้นแท่นกลายเป็นตัวแทนของความรักแท้ รักอมตะไปแล้ว เพราะมันรักเจ้านายมาก ถึงขั้นที่ว่าเจ้านายตายไปแล้วหลายปี มันก็ยังออกไปรอรับเจ้านายที่เดิมทุกวันจนตัวเองหมดลมหายใจ

เรื่องราวของฮาจิ กับความรักความซื่อสัตย์ที่ไม่อาจลืมเลือน

      ฮาจิเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ปี 1923 ศาสตราจารย์อุเอโนะ ชาวญี่ปุ่น รับมันมาเลี้ยงหลังจากมันเกิดได้ประมาณ 1 ปี ทั้งสองรักและผูกพันกันมาก และทุกๆวัน ฮาจิจะไปส่งเจ้านายขึ้นรถไฟไปทำงานและรอรับกลับด้วย

จนกระทั่งวันหนึ่ง ศาสตราจารย์อุเอโนะเสียชีวิตลง แต่ฮาจิก็ยังคงไปรอรับที่เดิมไม่เคยขาด ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก มันก็ยังหวังว่าเจ้านายจะมาหามันและกลับบ้านพร้อมกับมันเหือนเคย ทั้งๆที่ความเป็นจริงคือเจ้านายมันจากไปแบบไม่มีวันกลับแล้ว

ฮาจิทำเช่นนี้เรื่อยมาถึง 11 ปี จนในที่สุด มันก็สิ้นใจที่สถานีรถไฟ และเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและความภัคดีของมันที่มีต่อศาสตราจารย์อุเอโนะ จึงได้มีการสร้างรูปปั้นฮาจิเป็นอนุเสาวรีย์ขึ้นที่สถานีรถไฟชิบุยะในกรุงโตเกียว ปัจจุบันนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคู่รักนิยมไปเยี่ยมเยือนและถ่ายรูปกัน เพราะรูปปั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักอันเป็นอมตะ

อนุเสาวรีย์ฮาจิ

      สร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 1948 โดยเทรุ อันโดะ และทาเคชิ อันโดะ วัสดุเป็นทองแดง อยู่ในอิริยาบถนั่ง และด้วยความที่ตอนฮาจิแก่ หูข้างหนึ่งของมันตกลงมา รูปปั้นจึงถูกปั้นให้หูตกตามไปด้วย

การนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Hachiko: A Dog’s Tale”

      ความซื่อสัตย์และภัคดีของฮาจิเป็นที่ตราตรึงใจของคนรักสุนัขทั่วโลก จึงมีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Hachiko: A Dog’s Tale” นำแสดงโดยริชาร์ด เกียร์ โดยเรื่องราวจะเหมือนกับชีวิตจริงของฮาจิ แต่มีการปรับบทเล็กน้อยตรงที่ในชีวิตจริง ศาสตราจารย์อุเอโนะเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ในภาพยนตร์ ศาสตราจารย์พาร์คเกอร์ วิลสันเป็นชาวอเมริกัน

เป็นภาพยนตร์ที่คนรักสุนัขพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดูแล้วกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ เพราะบทถ่ายทอดความซื่อสัตย์ของสุนัขที่มีต่อเจ้านายออกมาได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจมาก 

เนื้อเรื่องคือ ศาสตราจารย์วิลสันพบฮาจิที่ยังเป็นลูกสุนัขหลงทางอยู่ที่สถานีรถไฟ จึงนำกลับไปเลี้ยง โดยดูแลอย่างดี ใกล้ชิด เล่นด้วยกันทุกวัน รักและผูกพันกันมาก ทุกๆวัน ฮาจิจะไปส่งศาสตราจารย์วิลสันที่สถานีรถไฟเพื่อไปทำงาน และรอรับกลับด้วย

แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่ศาสตราจารย์วิลสันกำลังสอนนักศึกษา จู่ๆก็เกิดหัวใจวายในห้องเรียนและล้มลงไป ลูกบอลของฮาจิที่ถืออยู่ในมือจึงร่วงลงพื้นไปด้วย หลังจากนั้นฮาจิก็ออกไปรอรับศาสตราจารย์วิลสันที่สถานีรถไฟเหมือนเดิมทุกวัน ตากหิมะนอนรอที่หน้าประตู รอจนกระทั่งตัวเองแก่ทรุดโทรม และลูกของศาสตราจารย์วิลสันก็แต่งงานมีลูกแล้ว จะมีฉากที่เด็กผู้ชายนำเรื่องของฮาจิและคุณตาของเขาไปเล่าหน้าชั้นเรียน พร้อมปิดท้ายด้วยคำพูดว่า “เราไม่ควรลืมเลือนคนที่เรารัก” 

ส่วนตอนจบก็เรียกน้ำตาคนดูได้ไม่แพ้ฉากไหนๆ เพราะเป็นตอนที่ฮาจิรอศาสตราจารย์วิลสันจนสิ้นใจตายที่หน้าสถานี พร้อมมีการย้อนภาพอดีตให้เห็นตอนที่ฮาจิและศาสตราจารย์วิลสันได้พบกันด้วย

Categories
บทความอุปกรณ์สุนัข

ประเภทของเล่นยอดฮิตสำหรับสุนัข “เลือกของเล่นอย่างไร ให้ปลอดภัยกับน้องหมา”

      การเลือกของเล่นให้สุนัขเป็นเรื่องสำคัญที่หลายๆคนมักจะมองข้ามไป เพราะสุนัขต้องใช้ฟันขบเคี้ยว ต้องนอนเล่นเกลือกกลิ้งด้วย ถ้าเลือกของที่คุณภาพต่ำมา ก็อาจเป็นอันตรายกับสุนัขได้

วิธีเลือกของเล่นให้สุนัข

  1. เลือกที่มีบรรจุภัณฑ์ที่เรียบร้อย สะอาด 
  2. ไม่ควรนำเศษผ้า หรือข้าวของเครื่องใช้มาทำเป็นของเล่นให้สุนัข เพราะการที่มีกลิ่นเจ้าของติดอยู่ อาจทำให้สุนัขไปเล่นซน ทำลายข้าวของในบ้านได้เพราะเข้าใจว่าเป็นของเล่นของตัวเอง
  3. ไม่ควรเลือกของเล่นชิ้นเล็กเกินไป โดยเฉพาะเลือกไปให้ลูกสุนัข เพราะสุนัขอาจกลืนเข้าไปแล้วติดคอได้
  4. ดูวัสดุให้ดีว่ามีความทนทานหรือไม่ อย่าเลือกที่ฉีกขาดง่าย แตกหักง่าย หรือสีลอกง่าย เพราะจะเป็นอันตรายกับสุนัข
  5. ไม่แนะนำให้เลือกของเล่นที่เป็นกระดูกเทียม แม้ตลอดที่ผ่านมาจะเป็นหนึ่งในของเล่นสุนัขที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่ล่าสุดก็ได้มีนักวิชาการและบทความอีกจำนวนมากออกมาเตือนแล้วว่าวัสดุมีลักษณะเหนียวมาก ไม่สามารถย่อยได้ หากสุนัขเคี้ยวกลืนลงไปจะทำให้ลำไส้อุดตันได้
  6. ไม่ควรนำตุ๊กตาผ้าให้สุนัขเล่น เพราะข้างในจะยัดนุ่นหรือโพลีเอสเตอร์เอาไว้ หากสุนัขกัดจนขาดแล้วไส้ในหลุดออกมาจะทำให้บ้านรก อีกทั้งสุนัขยังอาจกลืนกินเข้าไปและท้องเสียได้
  7. ควรเลือกซื้อของเล่นที่มีสภาพใหม่เท่านั้น ไม่ควรซื้อของเล่นที่เก่าแล้วให้สุนัข เพราะวัสดุอาจไม่ปลอดภัย
  8. ไม่ควรนำของเล่นที่มีระบบไฟฟ้า เช่นรถเด็กเล่นใส่ถ่าน หรือตุ๊กตาที่ใส่ถ่านแล้วดุ้กดิ้กได้ มาให้สุนัขเล่น เพราะชิ้นส่วนมักจะเปราะ แตกหักง่าย หากสุนัขกัดแทะแล้วอาจถูกชิ้นส่วนทิ่มแทงจนบาดเจ็บ หรือได้รับอันตรายจากระบบไฟฟ้าได้

ประเภทของเล่นสุนัขยอดฮิต

  1. ของเล่นประเภทเชือกถัก

      ของเล่นประเภทนี้เป็นการนำเชือกมาถักเป็นเส้นหนาๆ หรือบางครั้งก็ถักเป็นรูปตุ๊กตา วัสดุมีทั้งเชือกไนล่อน เชือกผ้า ฯลฯ เจ้าของสามารถซื้อไปดึงเล่นกับสุนัข หรือจะไว้ให้สุนัขแทะเล่นคลายเหงาเวลาเจ้าของไม่อยู่ก็ได้

  1. ของเล่นประเภทกัดแล้วมีเสียง

      ของเล่นประเภทนี้ทำด้วยยาง และมีรูปทรงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปน่องไก่ รูปเนื้อสเต็ค รูปดัมเบล รูปลูกบอล ฯลฯ สามารถหาซื้อได้ทั่วไปและราคามักไม่แพง เมื่อสุนัขกัดแล้วจะมีเสียง กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและความคึกคักของสุนัข ช่วยให้สุนัขคลายเครียดได้ดี 

  1. ของเล่นประเภทกระเด้งกระดอนได้

      มีหลากหลายรูปทรง เมื่อโยนลงพื้นแล้วจะเด้งเหมือนลูกบอล ช่วยกระตุ้นสัญชาติญาณนักล่าในตัวสุนัข ทำให้สุนัขวิ่งไล่งับ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายและคลายเครียดไปในตัว จะเอาไว้ให้สุนัขเล่นเอง หรือเจ้าของจะเอาไว้โยนเล่นกับสุนัขด้วยก็ได้

  1. ของเล่นกินได้

      และถ้าใครยังกังวลเรื่องความปลอดภัยของน้องหมา ขอแนะนำให้เลือกของเล่นแบบกินได้ไปเลย เพราะถึงแม้สุนัขจะกลืนกินเข้าไปก็ไม่เป็นอันตราย โดยของเล่นประเภทนี้เจ้าของสามารถให้สุนัขกัดแทะเพื่อคลายเหงา หรือให้กินเป็นขนมเลยก็ได้ 

ของเล่นประเภทนี้มักทำเป็นรูปกระดูกหรือแท่งยาวๆ ข้อควรระวังคือควรเลือกซื้อเมื่อทราบวัสดุที่ใช้ผลิตแล้วเท่านั้น จะได้มั่นใจว่าสุนัขกินแล้วจะไม่เป็นอันตรายจริงๆ ดีที่สุดคือให้ซื้อที่เป็นขนมขบเคี้ยวไปเลย เพราะจะอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่เรียบร้อย มีแหล่งผลิตและส่วนประกอบชัดเจน อีกทั้งยังทำมาเพื่อให้สุนัขกินโดยเฉพาะ

  1. จานร่อน

      จานร่อนนอกจากคนจะสามารถเล่นแล้ว ยังสามารถนำมาโยนให้สุนัขรับได้ด้วย ถือเป็นกิจกรรมกระชับความผูกพันและความอบอุ่นที่ดีมาก

Categories
บทความอุปกรณ์สุนัข

9 ร้านขายของสำหรับสุนัขในไอจี “โควิดนี้มาช็อปให้น้องหมาแบบปลอดภัยกันเถอะ”

      สถานการณ์โควิดทำให้ร้านค้าหลายๆร้าน รวมทั้งร้านขายข้าวของเครื่องใช้สำหรับน้องหมา ต้องปิดให้บริการหน้าร้านชั่วคราว ดังนั้นใครที่อยากซื้อของให้น้องหมาในช่วงนี้ อาจจะต้องช็อปทางออนไลน์ไปก่อน


แต่สำหรับใครที่ปรกติซื้อแบบออฟไลน์ตลอด ไม่รู้ว่าออนไลน์มีร้านไหนที่ดีๆบ้าง วันนี้เรารวบรวมร้านขายอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้สำหรับคนรักสุนัขในไอจีมาให้แล้ว ลองเลือกดูว่าร้านไหนมีสินค้าแบบที่ต้องการ ดีไซน์แนวที่ถูกใจ แล้วรีบไปกดฟอลเล้ยย

  1. petprettypetshop

      ร้านนี้มีหน้าร้านอยู่ที่ถนนตัดใหม่ เทพรักษ์-สะพานใหม่ ส่วนสินค้าต้องบอกเลยว่าครบครันมากๆ ตอบโจทย์คนรักน้องหมาสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ด อาหารกระป๋อง ขนมขบเคี้ยว เบาะนอน กรง คอกกั้น กระเป๋าสำหรับพาน้องหมาไปเที่ยว รถเข็น หวีสำหรับแปรงขน ห้องน้ำสำหรับน้องหมา และอื่นๆอีกมากมาย รับรองว่ามีให้เลือกเยอะแยะจนตาลายแน่นอน

      2. petshop6549

      ใครกำลังมองหาปลอกคอให้น้องหมา ขอแนะนำร้านนี้เลย เพราะร้านนี้เขาขายปลอกคอและสายจูงโดยเฉพาะ มีทั้งแบบโซ่และแบบไนล่อน สีสันสวยงาม หลากหลายแบบให้เลือก แถมราคาไม่แพงด้วยนะ เริ่มต้นที่ชิ้นละประมาณ 79 บาทเท่านั้น

       3. nenohappyboy

      กักตัวอยู่บ้านเบื่อๆ อยากจับน้องหมาแต่งตัวถ่ายรูปน่ารักๆ ต้องไม่พลาดร้านนี้ เพราะเขาขายเสื้อผ้าน้องหมาโดยเฉพาะ ดีไซน์ไม่ธรรมดาแน่นอน มีแบบน่ารักๆ แปลกตามากมาย ตั้งแต่เสื้อยืดธรรมดาไปจนถึงชุดแบบแฟชั่นจัดจ้าน หมวกเอย พร็อพต่างๆก็มีครบ มีทั้งสำหรับน้องหมาพันธุ์เล็กและน้องหมาพันธุ์ใหญ่

       4. dogcoat

      อีกหนึ่งร้านเสื้อผ้าน้องหมาที่รวบรวมดีไซน์สวยๆน่ารักไว้มากมาย โดยจะไม่ค่อยเน้นแนวแฟชั่นจัดจ้าน แต่จะเน้นรูปแบบที่ทะมัดทะแมง ใส่แล้วน้องหมาเดินเหินได้สะดวก ลองไปเลือกดูโลด อ้อ…เกือบลืมบอกไปว่า ร้านนี้เค้ารับเปลี่ยนด้วยน้าถ้าหากซื้อไปแล้วน้องหมาใส่ไม่ได้

       5. petssayyes

      ร้านนี้เน้นขายที่นอนสำหรับสัตว์เลี้ยง มีให้เลือกหลายแบบมาก ทั้งแบบเบาะนุ่ม แบบเตียง นอกจากนี้ยังมีชามใส่น้ำใส่อาหารอีกด้วย รับรองว่าสวยน่ารักทุกแบบ

       6. dogstyle_store

      ใครมีปัญหาน้องหมาฉี่ไม่เป็นที่ ฉี่ทีแล้วเลอะ ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่ว ลองแวะไปดูร้านนี้เลย เพราะเขามีแผ่นรองฉี่แบบพิเศษขาย คุณสมบัติคือสามารถเก็บกลิ่นฉี่ได้ดี แถมแห้งไว น้องหมากลับมาฉี่ซ้ำได้ สามารถนำไปซักแล้วใช้ใหม่ได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีสเปรย์กำจัดกลิ่นด้วย ใช้คู่กันรับรอง…เริ่ด!

       7. kanomwan_petshop

      ร้านที่เน้นขายเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงดีไซน์น่ารักมุ้งมิ้งๆ หวานแหววๆ นอกจากนี้ยังมีแชมพูอาบน้ำ เบาะนอน ของเล่น และอื่นๆอีกมากมาย

       8. pettone_official

      ใครอยากหาของเล่นให้น้องหมาเล่นแก้เหงา หรือเอาไว้เล่นกับน้องหมาเวลาเบื่อๆละก็ ร้านนี้เขามีของเล่นน้องหมาเยอะเลยทีเดียว ส่วนมากจะเป็นของเล่นที่บีบแล้วมีเสียง โดยดีไซน์จะมีแบบแปลกๆมากมายและเหมือนจริงสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปน่องไก่ รูปบร็อคโคลี่ รูปไส้กรอด รูปผักกาด รูปเนื้อสเต็ค รูปคุกกี้ รูปกุ้ง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเบาะนอน ปลอกคอนุ่มนิ่มด้วย เอาเป็นว่าต้องลองเข้าไปเลือกดู

       9. petshopathome

      ร้านนี้มีขายทั้งเสื้อน้องหมา ของเล่น เบาะนอน หวี แชมพู กระเป๋า ฯลฯ บอกเลยว่าออลอินวันมาก มาร้านเดียวแล้วได้ของกลับไปหลายอย่างแน่นอน

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

7 โรคภัยไข้เจ็บสุดอันตราย ที่พบได้บ่อยในสุนัข “รู้ก่อน ระวังไว้ก่อน ป้องกันได้ก่อน”

      โรคภัยไข้เจ็บสามารถเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด สุนัขเองก็เช่นกัน มันพูดไม่ได้ มันไม่สามารถบอกเราได้ว่ามันปวดหัว ตัวร้อน หรือรู้สึกไม่สบายตรงไหน ดังนั้นเจ้าของจึงต้องคอยดูไว้ หมั่นสังเกตอาการสุนัขอยู่เสมอ หากมีความผิดปรกติใดๆ ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

นอกจากนี้ควรทำความเข้าใจกับโรคและอาการเจ็บป่วยในสุนัขเอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าควรป้องกัน หรือดูแลสุนัขที่มีอาการเหล่านั้นอย่างไร

 

โรคภัยไข้เจ็บที่พบได้บ่อยในสุนัข

 

  1. ภาวะเครียดสูง

      ภาวะเครียดในสุนัขสามารถนำไปสู่อาการได้อีกหลายอย่าง ตั้งแต่อาการทางร่างกายอย่างระบบขับถ่ายผิดปรกติ ไปจนถึงอาการทางจิตอย่างหวาดกลัวง่าย ขี้ระแวง ก้าวร้าว ฯลฯ ทั้งหมดนี้หากสะสมเป็นเวลานานและไม่ได้รับการแก้ไข สุนัขจะอาการแย่ลง และป่วยหนักได้

 

วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคืออย่าปล่อยให้สุนัขเครียด ควรหาเวลาเล่นคลุกคลีกับสุนัขบ้างเพื่อไม่ให้มันเหงา หากเลี้ยงสุนัขหลายตัวก็ต้องให้ความสนใจกับทุกตัวเท่ากัน ไม่ล่ามหรือกักขังสุนัขไว้ทั้งวัน และไม่ควรใช้เสียงดังกับสุนัขเกินความจำเป็นหรือตีสุนัขแรงๆ

 

  1. พยาธิเม็ดเลือด

 

      เป็นโรคอันตรายของสุนัขอย่างหนึ่งในช่วงหน้าฝน สาเหตุคือการถูกเห็บกัดแล้วติดเชื้อ ส่วนอาการเบื้องต้นจะมีทั้งเซื่องซึ่ม เบื่ออาหาร มีไข้ มีเลือดออกเป็นจ้ำๆ หากไม่รักษาให้ถูกวิธี อาการจะรุนแรงจนเสียชีวิตได้

 

วิธีป้องกันโรคนี้คือต้องรักษาความสะอาดสุนัขให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์ขนยาวหรือที่มีหูยาว เพราะเห็บจะไปเกาะไปซ่อนได้ง่าย ต้องหมั่นอาบน้ำให้สุนัข เหยาะยากำจัดเห็บ คอยแหวกขนดูว่ามีเห็บเกาะหรือไม่ นอกจากนี้ควรระมัดระวังเวลาปล่อยสุนัขออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน อย่าให้สุนัขไปคลุกคลีกับสิ่งสกปรกเด็ดขาด

  1. โรคไต

      ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไต หรือไตวายในสุนัขนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ อายุ อาหารการกิน ฯลฯ เมื่อสุนัขป่วยเป็นโรคนี้แล้ว จะมีอาการเซื่องซึม ปากเหม็น ไม่ค่อยกินอาหาร

 

สิ่งที่เจ้าของควรทำคือดูแลอาหารการกินของสุนัขให้ดี อย่าให้กินอาหารเค็มจัดหรืออาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข คอยดูแลสุขภาพจิตสุนัขให้ดี ให้สุนัขได้ออกกำลังกายบ้างเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน และต้องคอยสังเกตสุนัขให้ดีๆ หากมีอาการผิดปรกติใดๆให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์

 

  1. ไข้หัด

      มักเกิดขึ้นกับลูกสุนัขอายุไม่เกิน 6 เดือน ปัจจัยหลักมาจากสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ไม่สะอาด จนทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ตัวสุนัข 

 

อาการที่พบมีทั้งเป็นไข้ อาเจียน ท้องเสีย ปอดบวม และอื่นๆอีกมากมาย โดยความน่ากลัวของโรคนี้คือมีวัคซีนป้องกัน แต่ยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะทาง ดังนั้นหากสุนัขป่วยเป็นโรคนี้แล้ว โอกาสรอดชีวิตจะน้อยมาก

 

  1. พิษสุนัขบ้า

      สาเหตุของโรคนี้คือเชื้อไวรัสเรบีส์ มักเกิดขึ้นกับสุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน และไม่ได้อันตรายกับแค่ตัวสุนัขเท่านั้น เพราะคนก็สามารถติดเชื้อจากสุนัขได้ และโอกาสรอดชีวิตจากโรคนั้นมีน้อยมาก เพราะยังไม่มียารักษาเฉพาะทาง

 

อาการที่เห็นได้ชัดของสุนัขที่เป็นโรคนี้ คือน้ำลายจะฟูมปาก คอแข็ง ก้าวร้าว ไล่กัดคน นอกนั้นก็จะมีเซื่องซึมผิดปรกติและไม่กินอาหาร เพื่อเป็นการป้องกันโรค เจ้าของสุนัขต้องพาสุนัขไปฉีดวัคซีนให้ครบตามที่สัตวแพทย์นัด นอกจากนี้ยังควรระมัดระวังอย่าให้สุนัขจรจัดกัด หากโดนกัดแล้วให้รีบไปฉีดวัคซีนทันที

  1. โรคอ้วน

      สุนัขเองก็เป็นโรคอ้วนได้เช่นเดียวกับคน สาเหตุเกิดจากการกินอาหารมากเกินไป ร่างกายไม่ค่อยได้ใช้พลังงาน จนเกิดเป็นไขมันสะสม และทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน

 

โรคอ้วนในสุนัขอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยอื่นๆอีกมาก ไม่ว่าจะโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ ทั้งหมดนี้จะอันตรายมากเป็นพิเศษสำหรับสุนัขที่มีอายุมาก วิธีป้องกันคือเจ้าของควรให้สุนัขกินอาหารแต่พอดี โดยเลือกอาหารที่คุณภาพได้มาตรฐาน มีสารอาหารครบถ้วน นอกจากนี้ควรหาเวลาพาสุนัขไปออกกำลังกายบ้าง

 

  1. ลำไส้อักเสบ

      อีกโรคที่มักเกิดขึ้นกับลูกสุนัข สาเหตุหลักๆคือความเป็นอยู่ที่ไม่สะอาด สุนัขกินอาหารและน้ำที่มีไวรัสปน ส่วนอาการคือจะเซื่องซึม กินน้ำ แต่ไม่กินอาหาร อุจจาระมีกลิ่นเหม็นคาวและอาจมีเลือดปน

 

เพื่อเป็นการป้องกันโรค เจ้าของควรพาสุนัขไปฉีดวัคซีน และต้องฉีดกระตุ้นให้ครบทุกครั้งตามที่สัตวแพทย์นัด