Categories
บทความพันธุ์สุนัข

เจ้าย่น หน้ายักษ์ หมาหน้าโหด หัวใจอ่อนโยน “บูลด็อก”

บูลด็อก หรือ ENGLISH BULLDOG โดยต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้ ยังไม่ทราบที่มาที่ชัดเจน แต่จากการสันนิษฐานของคนหลาย ๆ คน เชื่อได้ว่า บูลด็อก มาจากเกาะอังกฤษ เพราะชื่อ “Bull” มาจากที่สุนัขพันธุ์นี้เป็นเหยื่อของเกมส์กีฬา “การต่อสู้กับวัว” และ ได้ถูกสั่งห้ามไปในปี 1835 หลังจากนั้นเป็นต้นมาเจ้าบูลด็อก ก็ได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงซึ่งในอเมริกาเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากตามไร่ ตามสวน ด้วยความรักเจ้าของ และ ความซื่อสัตย์สายพันธุ์อเมริกา จะมีนิสัยดุกว่าสายพันธุ์อิงลิช ครั้งเมื่อเกิดสงครามโลก เจ้าบลูด็อกเกือบสูญพันธุ์ ทางอเมริกาจึงได้ผสมสายพันธุ์ใหม่ และ มีการผสมข้ามสายพันธุ์ จนเป็น “อเมริกัน บลูด็อก”

วิธีการดูแล น้องหมาหน้าย่น สายพันธ์ บูลด็อก

บูลด็อก สุนัขที่มีร่างกายแข็งแรง ไหล่หนา ขนสั้น เรียนเนียน ส่วนหัวแบน และ บริเวณแก้มเหี่ยวย่น ฟันล่างที่ครอบเกยฟันบน ลักษณะปากกว้างแต่สั้น ริมฝีปากที่น้อยลงเล็กน้อย ดวงตากลมขนาดเล็กสีดำ ในบางตัวหางตาเรียวชี้ขึ้น ลักษณะของใบหูทรง สามเหลี่ยม พับครึ่งลงมาครึ่งนึงของใบหู ส่วนคอที่แข็งแรง ฐานคอกว้างรับกับช่วงไหล่ อกกว้าง ดูกำยำ เหมือนนักเพาะกาย กระดูกขาหน้าหนา แข็งแรง แต่ กระดูกขาหลัง มีความแข็งแรงกว่า เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ส่วนของหางเรียว ชี้ขึ้น

นิสัยของเจ้าอิงลิช บูลด็อก โดยทั่วไปจะเป็นมิตรต่อทุกคน รวมไปถึงเด็ก ๆ อีกด้วย เพราะเขามีความอดทนสูง ชอบความสงบ และ ยังเป็นสุนัขที่ชอบเข้าสังคม อารมณ์ดี การนำสุนัขไปเข้าสังคมถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นควรพาสุนัขเข้าสังคมตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ในบางครั้งก็ดื้อเอาเรื่องเหมือนกัน บลูด็อกจะพบว่ามีอายุเฉลี่ยที่ 8-12 ปี เพราะปัญหาด้านสุขภาพ สายพันธุ์นี้จึงมีอายุที่สั้นกว่าสายพันธุ์อื่นความสูงของเจ้าบลูด็อกจะอยู่ที่ประมาณ 50-71 เซนติเมตร น้ำหนัก บลูด็อกเพศเมียอยู่ที่ 23 กิโลกรัม ส่วนเพศผู้จะมีน้ำหนัก 24 กิโลกรัม

การดูแล และ ปัญหาของเจ้าบลูด็อก ที่เราควรทราบ

หากคุณคิดจะเลี้ยงเจ้าบลูด็อกแล้วล่ะก็ ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์นี้ให้ดีก่อน เพราะเจ้าบลูด็อกเป็นสัตว์ที่ควรดูแลเป็นพิเศษ จากเนื้อผิวหนังที่ย่น และ ร่องรอยกับการพับของผิวหนังที่ต้องดูแล รวมไปถึงใต้โคนหาง จมูก และ เล็บเท้า ควรทำความสะอาดให้แห้งตลอดเวลา เพื่อป้องกันโรคผิวหนังที่จะตามมา การแปรงขน ควรแปรงทุกวัน แล้วนำผ้าชุบน้ำพอหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด และ ควรทำความสะอาดช่องหูเป็นประจำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

การออกกำลังกายของเจ้าบลูด็อก ควรพาไปออกกำลังกายในระดับปานกลางทุกวัน ด้วยบุคคลที่นิ่งเงียบ ร่าเริง แต่สุนัขอาจจะเป็น “โรคอ้วนได้ง่าย” การออกกำลังกายควรออกอย่างพอเหมาะ และ ไม่ควรให้ออกนาน หรือ หักโหมจนเกินไป

อากาศร้อนส่งผลต่อสุนัข ด้วยความไวต่อความร้อนของเจ้าบลูด็อก จมูกที่สั้นอาจส่งผลให้หายใจลำบากในสภาพอากาศร้อน อาจทำให้สุนัขเสียชีวิตได้

อาหารที่ส่งผลต่อสุขภาพ เมื่อเจ้าสุนัขออกกำลังน้อย แต่กินเยอะปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวจึงมาตาม ไม่ควรนำกระดูกชิ้นเล็กไปให้กิน เพราะกระดูกอาจจะทำให้ติดคอได้ น้ำสะอาดควรมีให้เขาได้กินตลอดเวลา

โรคประจำตัวของสายพันธุ์บลูด๊อกที่พบบ่อย

โรคผิวหนัง , โรคภูมิแพ้ , โรคผิวหนังอักเสบจากหางเกลียว 

โรคความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง , โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท , ภาวะวิตกกังวล

โรคระบบหมุนเวียนโลหิต และ หัวใจ , โรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด เป็นโรคหัวใจชนิดลิ้นหัวใจพัลโมนารีตีบแคบ

โรคของระบบทางเดินอาหาร และ ตับ เช่น โรคเพดานโหว่ , โรคกระเพาะบิด

โรคระบบต่อมไร้ท่อ ในภาวะการขาดไทรอยด์ฮอร์โมน

โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไส้เลื่อนกระบังลม , โรคหัว.จ และ กลุ่มของอาการทางเดินหายใจของสุนัขพันธุ์หน้าสั้น

โรคระบบกระดูก , เอ็น , และ ข้อต่อ เช่น โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน , โรคข้อสะโพกผิดปกติ , โรคข้อศอกผิดปกติ , โรคข้ออักเสบ , การเกิดภาวะผิวกระดูกอ่อนตาย และ แตกออกจากการขาดเลือดในชั้นใต้กระดูกอ่อน

โรคตา เช่น โรคหนังตาที่สามยื่นผิดปกติ , โรคเปลือกตาม้วนเข้า และ โรคตาแห้ง