Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข บทความพันธุ์สุนัข

หมาชิบะ เจ้าตูบตัวน้อยน่ารัก นักล่าจากแดนปลาดิบ

หมาชิบะ เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็ก น่ารัก มีรูปร่างคล้ายสุนัขจิ้งจอก แต่มีความตะมุตะมิ ไม่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย น้องหมาสายพันธุ์ชิบะ เป็นอีกหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดด้วยนั่นเอง โดยชิบะนั้นได้ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อใช้ล่าสัตว์ที่มีขนาดเล็ก เพราะชิบะมีประสาทสัมผัสที่ดีในการรับกลิ่น และมีสายตาที่แหลมคม ทำให้ชิบะถูกเลี้ยงมาเพื่อเป็นนักล่า ซึ่งพวกมันสามารถล่าเหยื่อได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสัตว์เล็ก

หมาชิบะ ฉลาดรอบรู้ รักการผจญภัย ไม่ชอบอยูนิ่ง

หมาชิบะ เป็นสุนัขที่มีความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และกระตือรือร้นอยู่เสมอ มีนิสัยคือรักในความอิสระ สงบเสงี่ยมเมื่ออยู่ในบ้าน แต่จะสนุกสนานและมีชีวิตชีวาเมื่ออยู่นอกบ้าน ชอบวิ่งเล่นและรักการผจญภัยเป็นที่หนึ่ง ชิบะบางตัวมีความมั่นใจในเองสูงมาก มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ชอบการถูกควบคุมหรือถูกบังคับ แต่อย่างไรก็ตาม ชิบะ สุนัข ที่ยังคงเป็นสัตว์ที่แสนซื่อสัตย์ และยังคงมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของเสมอ แต่จะไม่ชอบคนแปลกหน้า ที่ไม่สนิทหรือคุ้นเคยมาก่อน รวมไปถึงสัตว์ชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ลักษณะทั่วไป ของสุนัขสายพันธุ์ชิบะ น้องหมาหน้ายิ้ม

ลักษณะโดยทั่วไปของหมาชิบะนั้นจะเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด กล้ามเนื้อแน่นกระชับ ขนมีลักษณะที่สั้นแต่หนา 2 ชั้น มีทั้งสีนำตาลผสมดำ สีงาแดงหรือสีแดง หูตั้ง ดวงตากลมสีเข้มเป็นประกายสุกใส รูปปากโค้งเหมือนกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา ชิบะจะมีอายุขัยโดยประมาณเฉลี่ยนอยู่ที่ 12-15 ปี บางสายพันธุ์อาจมีอายุยืนยาวถึง 26 ปี ก็มี โดยส่วนมากแล้วลูกสุนัขชิบะ ราคาจะค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับความสวยงาม และปัจจัยอื่น ๆ ประกอบรวมกัน

การดูแล และเลี้ยงดูเจ้าชิบะ ต้องเอาใจใส่ หมั่นให้ออกกำลังกาย

หมาชิบะเป็นหมาที่เจ้าของดูแลได้แบบง่าย ๆ และควรได้รับการแปรงขนอย่างเป็นประจำ เพื่อให้ขนหลุดร่วงออกไป และพลัดขนใหม่ให้เงางามกว่าเดิม เนื่องจากชิบะเป็นสุนัขที่มีการผลัดขนใหม่ปีละ 2 ครั้ง และควรอาบน้ำให้อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หากไม่สามารถอาบน้ำให้เองได้ แนะนำให้พาไปอาบน้ำที่ร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไป ก็จะดีมากเช่นกัน รวมไปถึงการดูแลในชีวิตประจำวัน การรักษาความสะอาดในช่องปาก เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งต้องทำเป็นประจำ และการดูแลความสะอาดในช่องหูก็เล่นกัน ควรพาชิบะไปออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ส่วนเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าหมา ชิบะดุไหม เพราะเป็นสุนัขที่มีต้นตระกูลเป็นหมานักล่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกและการเลี้ยงดูของผู้เลี้ยงเองเป็นสำคัญ

ชิบะ สุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ ชิบะแท้ราคาหลักแสน

เนื่องจากหมาชิบะ มีความโดดเด่นในเรื่องของความฉลาดแสนรู้ แถมยังน่ารักน่ากอด ทำให้ชิบะนั้นมีราคาที่สูงมาก ซึ่งชิบะแท้ส่วนมากที่มีขายตามฟาร์ม จะนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ทำให้ ชิบะ ราคาไม่แพง นั้นหายากมาก เพราะเป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ และต้องมาจากการผสมของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ทำให้ชิบะแท้มีราคาที่สูงมากตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน

ข้อควรรู้ของชิบะ รู้ไว้ก่อนคิดจะเลี้ยง จะได้ไม่เสี่ยงกับปัญหาที่ตามมา

คุณลักษณะของหมาชิบะ ที่ควรรู้เอาไว้ก่อนคิดจะซื้อสุนัขชิบะมาเลี้ยง มีดังนี้

  • ชิบะเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี
  • ชิบะเป็นสุนัขที่รักอิสระ
  • ชิบะไม่ชอบอาบน้ำ
  • ต้องออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
  • ไม่เหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์เล็กทุกชนิด
  • ต้องดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของฟันและช่องปาก
  • ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่หัดเลี้ยงหรือมือใหม่

โรคร้ายที่อาจขึ้นได้ กับสายพันธุ์ชิบะ อันตรายถึงชีวิต

โรคร้ายที่มักพบในหมาชิบะ คือ โรคต้อกระจก ต้อหิน โรคประสาทตาเสื่อม โรคกระดูกสะบ้าและสะโพกเสื่อม รวมทั้งโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นคอยดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของเจ้าชิบะด้วย เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นสุนัขที่มีราคาค่อนข้างสูง และแน่นอนว่า ชิบะ ฟรี นั้นไม่มีในโลก หรืออาจจะมีแต่น้อยมาก ส่วนใหญ่ที่ให้ฟรีสาเหตุก็มาจากเหตุผลบางประการ เช่น เลี้ยงต่อไม่ไหวหรือไม่มีกำลังเลี้ยง จึงนำมาแจกฟรีให้ผู้ที่ต้องการเลี้ยงต่อ แต่ก็หาได้ยากมาก

ชิบะต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

อาหารที่เหมาะสำหรับ หมาชิบะ คืออาหารแบบแห้งแต่ต้องมีคุณภาพ และคุณค่าทางอาหารสูง ควรให้วันละ 2 มื้อ ซึ่งปริมาณที่ให้ในแต่ละมื้อต้องเท่ากัน และควรวัดจากขนาด รูปร่าง อายุ อัตราการเผาผลาญ และการออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมของสุนัขแต่ละตัว และควรมีการตรวจเช็คน้ำหนักของสุนัขอยู่เสมอ เพื่อควบคุมไม่ให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป เพราะอย่างที่รู้กันอยู่ว่า ชิบะ ราคาถูก ๆ นั้นหายากมาก เพราะฉะนั้นควรดูแลให้คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

หมาน้อยชิบะ เพื่อนที่แสนดี แข็งแรงกล้าหาญ พร้อมอยู่เฝ้าบ้าน

โดยธรรมชาติแล้วหมาชิบะ ถึงแม้ว่าจะเป็นสุนัขชิบะน่ารัก ๆ ก็ถือได้ว่าเป็นหมาเฝ้าบ้านที่ดี เพราะด้วยนิสัยที่ไม่ชอบคนแปลกหน้า เมื่อมีผู้บุกรุกหรือโจรผู้ร้าย ก็เห่าเสียงดังและหนักแน่น แต่จะเห่าไม่นาน และไม่บ่อย แต่จะมีเสียงค่อนข้างใหญ่ และส่งเสียงกรีดร้องด้วยเสียงสูง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรเลี้ยงไว้นอกบ้านนาน ๆ เพราะอาจเป็นโรคลมแดดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สรุป

ในบางครั้งหมาชิบะอาจแสดงกิริยาก้าวร้าวออกมาบ้าง ซึ่งจะพบได้บ่อยในชิบะเพศเมียที่ถูกเลี้ยงดูด้วยการกระตุ้นให้เป็นหมานักล่า เพราะฉะนั้นจะต้องฝึกเจ้าชิบะตั้งแต่ยังเป็นหมาเด็ก และสิ่งสำคัญในการเลี้ยงชิบะคือต้องมีเวลาให้ และมีพื้นที่สำหรับให้วิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ชิบะเป็นสุนัขที่ต้องการความดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงชิบะจะต้องมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบ ดูแลและเลี้ยงดูสมาชิกใหม่อย่างเจ้าชิบะ เพื่อให้เขามีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

ฝึกสุนัขขับถ่าย เรื่องง่าย ๆ ที่ต้องใช้ความอดทนในการฝึกสอน

สุนัขตัวโปรดของคุณ ยังขับถ่ายเรี่ยราดไปทั่วหรือไม่ การฝึกสุนัขขับถ่าย เพื่อสร้างความคุ้นชินว่าที่ตรงนี้คือ สถานที่ขับถ่ายของเขา การบ่งบอกบริเวณขับถ่ายของสุนัข เป็นการฝึกทักษะการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง ไม่เรี่ยราด สกปรก การขับถ่ายในจุดเดิม ๆ ทั้งภายนอกตัวบ้าน และ ภายในตัวบ้าน การสร้างวินัยการขับถ่ายให้เป็นเวลา นอกจากสร้างวินัยแล้ว ยังสามารถลดกลิ่นเหม็นของฉี่ และ อึ ได้ดีอีกด้วย อีกทั้งไม่ต้องคอยมาทำความสะอาดเช็ดถูให้เหนื่อย ความถี่ในการพาสุนัขออกไปขับถ่ายจะแตกต่างกันเช่น ลูกสุนัขจะขับถ่ายหลังจากทานข้าวไปแล้ว 15-30 นาที แต่บางตัวทานเสร็จจะขับถ่ายเลย หมั่นสังเกตพฤติกรรมสุนัข และเริ่มการฝึกให้เขาด้วยนะครับ

มา ฝึกสุนัขขับถ่าย ให้เป็นที่เป็นทางกันเถอะครับ

 ฝึกสุนัขขับถ่าย ให้เป็นที่เป็นทาง ไม่เรี่ยราดสกปรก เป็นสิ่งที่เหล่าทาสหมาอย่างเรา ควรฝึกให้เขาตั้งแต่เขาเป็นลูกสุนัข หากคุณจะฝึกสุนัขตอนโตแล้ว ก็สามารถทำได้แต่อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย การฝึกสุนัขคุณควรใช้เวลากับเขา และ มีความอดทนสูง เพราะกว่าเขาจะเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว เพราะลูกสุนัขไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ ยิ่งเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก ๆ ยิ่งมีการขับถ่ายที่บ่อยกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ ในการฝึกขับถ่ายจะแยกเป็น 2 แบบคือ การขับถ่ายโดยใช้แผ่นรอง และ การขับถ่ายโดยใช้กะบะ โดยเราสามารถนำกะบะออกไปฝึกให้เขาฉี่ภายนอกบ้านด้วยนะครับ

ฝึกสุนัขขับถ่าย เรื่องง่าย ๆ ที่ต้องใช้ความอดทนในการฝึกสอน

การฝึกลูกสุนัข 1 เดือนขับถ่ายในบ้าน บนแผ่นรองฉี่

เป็นการจำกัดบริเวณให้เขาได้อาศัยอยู่ภายในคอกที่กว้าง และ มีพื้นที่ หรือ มุมสำหรับวางแผ่นรองฉี่ เพื่อฝึกขับถ่าย หมั่นสังเกตบริเวณที่สุนัขชอบไปฉี่ ให้นำแผ่นรองไปวางไว้แทน หากสุนัขชอบฉี่บริเวณอื่นให้เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ ส่วนอึที่ถ่ายบนแผ่นรองให้นำไปทิ้งได้เลย และ ช่วงแรกอาจจะเปลี่ยนแผ่นรองทุก ๆ 5 วัน เพื่อสร้างความคุ้นชิน แต่หลังจะฝากนั้นควรเปลี่ยนแผ่นรองทุก ๆ 2 วัน

การฝึกสุนัขที่โตตั้งแต่อายุ 5 เดือนขึ้นไป

ให้คุณสังเกตพฤติกรรมการฉี่ ว่าเขาชอบฉี่บริเวณใด จากนั้นนำแผ่นรองไปตั้งเอาไว้ ถ้าหากเขาไม่ฉี่ในที่ ๆ เราต้องการ ให้นำทิชชู่ซับฉี่ของเขา ไปวางไว้บนแผ่นรอง หากสุนัขของคุณเป็นตัวผู้ที่ต้องยกขาเวลาฉี่ ควรมีเสาให้เขาได้ฉี่ ซึ่งห้องน้ำสุนัขหลากหลายรูปแบบ บางแบบจะมีเสาเพิ่มมาด้วย หากคุณเห็นสุนัขกำลังจะขับถ่ายในบริเวณอื่น ลองออกคำสั่ง หรือ ดุ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการห้ามพฤติกรรมนั่น และหากเขาทำตามที่คุณสั่งได้ ควรชม หรือ ให้รางวัลแก่เขาบ้าง

การฝึกสุนัข ให้ออกไปขับถ่ายนอกบ้าน

การเตรียมตัวพาสุนัขออกไปขับถ่ายนอกบ้าน คุณลองพาสุนัขออกไปเดินเล่น ทุก ๆ วัน ในช่วงเช้า และ เย็น ในบริเวณสวนของคุณ สังเกตการขับถ่ายว่าเขาชอบไปถ่ายบริเวณ จากนั้นลองเอากะบะทรายไปตั้งเอาไว้ แต่ถ้าหากสุนัขเขาขับถ่ายไม่เป็นที่ล่ะ เราควรใใช้วิธี แก้ สุนัข ถ่าย ไม่เป็นที่ โดยการนำสุนัขไปผูกเอาไว้ที่ ๆ คุณต้องการ หรือ หารั้วมาล้อมเอาไว้ชั่วคราว หลังจากเขาทานข้าวเสร็จ 15-30 นาที ทำแบบนี้บ่อย ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้แก่เขา

ฝึกสุนัขขับถ่าย เรื่องง่าย ๆ ที่ต้องใช้ความอดทนในการฝึกสอน

ควรสร้างวินัยให้สุนัขตั้งแต่ยังเด็ก

การฝึกสุนัขขับถ่ายไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับทาสหมาอย่างเรา ๆ แต่ความอดทน และ เอาใจใส่ ดูแลเขา ฝึกให้เขาได้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน สร้างวินัยในการขับถ่ายของสุนัข การออกคำสั่ง การให้รางวัลเมื่อเขาทำได้ เราควรมีให้เขาเช่นกัน ทำให้ทาสอย่างเราหมดปัญหาเรื่องความสะอาดไปได้การเลือก ที่ขับถ่ายสุนัข อีกหนึ่งเหตุผลที่ควรให้ความสำคัญ ไม่ว่าคุณจะฝึกให้เขาได้ขับถ่ายบนแผ่นรอง ควรทำการเปลี่ยนทุก ๆ 2 วัน หรือเมื่อแผ่นรองเต็มแล้ว เก็บอึใส่ถุงไปทิ้งทุกครั้ง หรือ การขับถ่ายบริเวณนอกบ้าน ไม่ใช่จะปล่อยประละเลย หมั่นทำความสะอาดกะบะทราย และ เก็บอึใส่ถุงไปทิ้งให้เรียบร้อย 

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

เลือก ที่นอนหมา แบบไหนดี? ให้เหมะกับน้องหมา

การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ และ ปัญหาข้อต่อของสุนัขที่อายุเยอะ ที่นอนหมา จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการนอนหลับของสุนัข เพราะสุนัขจะนอนหลับวันละไม่ต่ำกว่ำ 12-14 ชั่วโมงต่อวัน เรียกได้ว่า งีบเสร็จ เล่น เล่นเสร็จ งีบต่อ และ จะนอนติดกันนานสูงสุด 2 ชั่วโมง ที่นอนหมาจะเพิ่มความอบอุ่นให้แก่สุนัขได้ เรียกได้ว่าดีกว่านอนบนพื้นกระเบื้องเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้น ยังช่วยให้สุนัขรู้สึกปลอดภัย จึงทำให้สุนัขหลับได้นานยิ่งขึ้น ยิ่งกับสุนัขอายุเยอะด้วยแล้ว การมีที่นอนจะช่วยป้องกันข้อกระดูกต่าง ๆ ที่ไม่แข็งแรง ลดการกดทับ และช่วยป้องข้อต่อของกระดูกได้

ที่นอนหมา หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์สำหรับสุนัขของคุณ

การเลือกที่นอนหมา เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวในการนอนหลับพักผ่อนที่ดี สร้างระเบียบวินัยให้เขาได้นอนในที่ ๆ ปลอดภัย และ รู้สึกอบอุ่น การเลือกขนาดของที่นอน ควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวของสุนัข ไม่เล็ก หรือ พอดีตัวจนเกินไป โดยคุณต้องคำนึงการเติบโตในอนาคตของเขาด้วย หากคุณจะเลือกซื้อควรลองวัดสัดส่วนของสุนัขเพื่อเอาไว้พิจารณาเลือกซื้อเบาะนอน โดยวัดจากปลายจมูก ไปจนถึงโคนหาง และให้เผื่อเอาไว้ซัก 5-10 เซนติเมตร ทำให้สุนัขพลิกตัวได้ง่าย เบาะที่ดีคุณควรเลือกเบาะที่นุ่ม เนื้อผ้าไม่หยาบ และที่สำคัญควรเลือก ที่นอนสุนัขซักได้ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ และวันนี้เราพาคุณไปดู ที่นอนหมาแบบต่าง ๆ ว่ามี ที่นอนสุนัขแบบไหนดีเหมาะกับสุนัขของคุณบ้าง

ที่นอนทรงโดนัท ที่นอนสุนัขที่เห็นกันบ่อยที่สุดในร้านเพ็ทช็อป รูปร่างทรงโดนัท มีขอบ มีความนุ่ม และลื่น คืนรูปได้ดี ไม่ค่อยเสียทรง เหมาะสำหรับสุนัขที่ชอบนอนขดตัว

ที่นอนแบบมาตรฐาน รูปทรงคล้ายเบาะรองนั่ง หลากหลายรูปทรง ทั้งทรงกลม วงรี สี่เหลี่ยม เหมาะกับสุนัขทุกสายพันธุ์

ที่นอนแบบ NEST ที่นอนทรงกลม มีขอบยกสูง และ นิ่ม บางแบบจะล้อมเฉพาะส่วนเท่านั้น มีความหนานุ่มบริเวณขอบ เหมาะสำหรับสุนัขที่ชอบเกย หรือ ขดตัว

ที่นอนแบบ ORTHOPEDIC ที่นอนที่ส่วนใหญ่มักทำมาจากโฟมหนา สามารถรองรับน้ำหนักตัวสุนัขได้ดี และ สามารถลดการกดทับของ กระดูก ข้อสะโพก ที่นอนขนิดนี้เหมาะกับสุนัขทุกสายพันธ์ และ สุนัขที่มีอายุมาก

ที่นอนแบบยกพื้น ที่นอนที่มีลักษณะคล้ายเตียงนอน ที่มีความแข็งแรง และได้รับความนิยมกันมากในวงการทาสหมา อีกทั้งคุณสามารถนำ ที่นอนชนิดอื่นไปเสริมบนเตียงได้ เพื่อความสวยงาม ป้องกันแมลง และยังป้องกัน ความเย็นได้อีกด้วย ที่นอนชนิดนี้ไม่เหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาสะโพก หรือ หลัง เพราะต้องกระโดดขึ้นที่นอน 

ที่นอนแบบ COVERED OR HOODED BED ลักษณะคล้ายโดม หรือ ถุงนอนกลม ๆ เหมาะสำหรับสุนัขตัวเล็ก และ มีโลกส่วนตัวสูง 

ที่นอนแบบเจลเย็น ที่นอนที่ให้ความเย็น และ ผ่อนคลายในการเกิดอาการฮีทสโตรกได้ ที่นอนชนิดนี้จึงเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราที่สุด 

ที่นอนพกพา ที่นอนสำหรับสุนัข นักเดินทาง ลักษณะที่ได้มาตรฐาน และ สามารถพกพาไปไหนมาไหน ได้สะดวก 

และประหยัดพื้นที่ใช้สอย 

เลือกที่นอนให้สุนัขตัวโปรด ให้นอนได้เต็มอิ่ม หลากหลายรูปแบบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

เลือกที่นอนหมา ให้เหมาะกับขนาดของสุนัข และ ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะนิสัยของเขาด้วย เช่น หากสุนัขชอบความสันโดษ โลกส่วนตัวสูง คุณควรจัดที่นอนสุนัขแบบโดม หรือ หากชอบความสวยงาม และคล้ายเตียงนอนมากที่สุด คุณควรจัดที่นอนหมายกสูง และ ที่นอนไม่ควรเลือกซื้อขนาดเล็ก หรือ พอดีตัวจนเกินไป ควรเผื่อให้เขาได้พลิกตัวได้สะดวก อีกทั้งยังสร้างความเป็นระเบียบวินัยในการนอน ในพื้นที่ ๆ จัดเตรียมเอาไว้ให้ นอกจากที่นอนจะช่วยสร้างความอบอุ่น รู้สึกปลอดภัย และสามารถป้องกันแมลงต่าง ๆ ได้แล้ว ยังช่วยลดการกดทับของสะโพก ข้อกระดูกต่าง ๆ ยิ่งสุนัขที่มีอายุเยอะ ยิ่งต้องใส่ใจ และ ให้ความระมัดระวังในการนอน การเลือกที่นอนที่สามารถถอดซักทำความสะอาดได้ยิ่งต้องเลือกเป็นพิเศษ การทำความสะอาดที่นอนสุนัข จะช่วยในการลดการสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ เห็นไหมครับที่นอน ปัจจัยของสุนัขที่เหล่าทาสควรมี

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

ลูกสุนัขแรกเกิด เรียนรู้วิธีเตรียมความพร้อมในบ้าน เพื่อทำให้แม่สุนัขคลอดลูกได้อย่างสะดวกและปลอดภัย 

ลูกสุนัขแรกเกิด เรียนรู้วิธีเตรียมความพร้อมในบ้าน เพื่อทำให้แม่สุนัขคลอดลูกได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
https://unsplash.com/photos/Ytp_K5bwa0Q

     ลูกสุนัขแรกเกิด ตามธรรมชาติของสุนัข จะสามารถเลี้ยงลูกได้ด้วยตัวเอง แต่ก็จะมีหลาย ๆ อย่าง ที่ผู้เลี้ยงควรให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนให้แม่สุนัขสามารถเลี้ยงลูก ได้โดยตลอดรอดฝั่ง และ มีความสูญเสียน้อยที่สุด เพื่อให้ทำหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกอย่างสมบูรณ์แบบ

คำแนะนำการให้อาหารลูกสุนัขแรกเกิด และการการดูแลลูกสุนัขหลังคลอด

     ลูกสุนัขแรกเกิด ในวันแรกที่แม่สุนัขคลอด เนื่องด้วยความเจ็บปวด และความอ่อนเพลีย อาจทำให้แม่สุนัขไม่ยอมกินอาหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หลังจากนั้นแม่สุนัขจะมีความต้องการอาหาร เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณ และคุณค่าของสารอาหาร ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต และ อีกส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการสร้างน้ำนม ซึ่งเป็นอาหารของลูกสุนัข ที่ควรได้รับในปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ และ ควรมีคุณค่าของสารอาหารที่เพิ่มขึ้น จำนวนมื้ออาหารที่จะให้แก่สุนัข ควรจะแบ่งออกเป็นสองมื้อ และ มีควรมีน้ำสะอาดตั้งไว้บริเวณใกล้ ๆ ตลอดเวลา 

ลูกสุนัขแรกเกิด เรียนรู้วิธีเตรียมความพร้อมในบ้าน เพื่อทำให้แม่สุนัขคลอดลูกได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
https://unsplash.com/photos/AovflqCt9Ws

     การให้นมลูกสุนัขแรกเกิด อย่างแรกที่เราควรทราบเลย คือลูกสุนัขห้ามรับประทาน นมวัวเด็ดขาด โดยเฉพาะลูกสุนัขที่ยังไม่หย่านม เพราะว่าในน้ำนมวัวมีปริมาณสารอาหาร ที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตในลูกสุนัข และร่างกายลูกสุนัขบางตัวก็ไม่มีเอนไซม์ย่อยแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่อยู่ในน้ำนมวัว จึงอาจจะทำให้ลูกสุนัขท้องเสีย รวมไปถึงนมผงสำหรับเด็ก นมกล่อง หรือนมข้นหวาน ก็ห้ามนำมาให้ลูกสุนัขรับปรระทานทานเช่นกัน โดยผู้เลี้ยงควรเลือกเป็นน้ำนมทดแทน สำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ มาใช้ในการดูแลลูกสุนัขหลังคลอด

     ผู้เลี้ยงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารลูกสุนัข 2 เดือน ไว้ล่วงหน้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลูกสุนัขเริ่มหย่านม และหัดกินอาหารเม็ดแล้วนั่นเอง ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ลูกสุนัขจะกินนมทุก 2-3 ชั่วโมง ในสัปดาห์ที่ 3 จะเริ่มกินนมทุก 3-4 ชั่วโมง และควรชั่งน้ำหนักลูกสุนัขทุกวัน เพราะน้ำหนักลูกสุนัข ควรเพิ่มขึ้น 5-10 % เมื่อลูกสุนัขอายุ 4 สัปดาห์ ควรให้ลูกหัดเลียอาหาร โดยใช้อาหารลูกสุนัขผสมนม หรือผสมน้ำให้อาหารเปียก ใส่จานให้หัดเลียกิน โดยให้อาหารสลับกับการดูดนมได้ เมื่อพบอาการผิดปกติ เช่น ท้องเสีย ท้องอืดมาก ลูกสุนัขไม่โต น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น หรือมีอาการซึม ควรปรึกษาสัตวแพทย์ รวมทั้งการวางแผนการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ และการควบคุมเห็บหมัด

      แนะนำให้ปรึกษาสัตว์แพทย์ เกี่ยวกับยากำจัดพยาธิตั้งแต่ครั้งแรก ที่พาลูกสุนัขของคุณไปพบ และสัตวแพทย์อาจจะแนะนำให้กำจัดพยาธิที่พบ เป็นประจำอย่างเช่น พยาธิตัวกลมก่อนเลย หรืออาจจะต้องมีการเก็บอุจจาระของลูกสุนัขไปตรวจก่อน การกำจัดพยาธิ ไม่เพียงแต่จะดีกับสุขภาพลูกสุนัขของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องคนในครอบครัวได้อีกด้วย เพราะมันแพร่สู่กันได้

ลูกสุนัขแรกเกิด เรียนรู้วิธีเตรียมความพร้อมในบ้าน เพื่อทำให้แม่สุนัขคลอดลูกได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

การเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนจะสวมบทบาทเป็นคุณแม่ลูกอ่อนจำเป็น

     ลูกสุนัขแรกเกิด มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอย่าง ที่อาจจะทำให้คลอดลูกออกมาแล้วอาจเสียชีวิต เช่น 

อุณหภูมิในร่างกายต่ำ เพราะมีความไม่สมดุล และมักจะเกิดขึ้นกับ ลูกสุนัขที่ไม่มีแม่ดูแล

แม่สุนัขมีน้ำนมไม่เพียงพอต่อลูกสุนัข ทำให้ลูกสุนัขไม่ได้กินนม ในกรณีคลอดลูกหลายตัว

แม่สุนัขอาจจะยังเด็กเกินไป บางครั้งอาจจะปฏิเสธการให้นมลูก หรือนอนทับลูกตัวเอง

ลูกสุนัขเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ หรือลูกสุนัขบางตัวอาจกินนมน้อย มีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือเกิดภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำ จึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

     การจัดเตรียมที่นอนของลูกสุนัข อาจจะเป็นตะกร้าปูด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ หรือจะเป็นที่นอนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ ที่ขายกันแพร่หลายในร้านขายของสัตว์เลี้ยง ร่างกายของลูกสุนัขยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายตัวเองไม่ค่อยได้ จึงควรได้รับความอบอุ่นทันที หากในช่วงที่มีอากาศหนาวอาจจะต้องเพิ่มไฟกก เพื่อให้อุณหภูมิสุนัขไม่ลดต่ำมากเกินไป การดูแลลูกสุนัขหลังคลอดที่ดี จะช่วยป้องกัน ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ที่จะมีผลเสียโดยตรงต่อตัวลูกสุนัขได้

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

โรคของสุนัข รู้ไว้ก่อน ป้องกันได้ง่าย รักษาชีวิตสุนัขแสนรักให้มีอายุยืน

     โรคของสุนัข เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงควรหมั่นสังเกตุ ความผิดปกติต่าง ๆ ทั้งทางด้านร่างกาย และพฤติกรรมของสุนัข หากพบความไม่ปกติ หรือมีพฤติกรรมแปลกไปจากปกติ ให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่านั้นคืออาการบางอย่างของโรคสุนัข และต้องสังเกตุอาการ หรือพฤติกรรม จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่ได้สุ่มเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง หากมีความน่าจะเป็นว่าเกิดโรคกับสุนัข ให้รีบพบสัตว์แพทย์ทันที เพื่อป้องการลุกลามของโรค และป้องกันการเสียชีวิต

5 โรคของสุนัข ยอดนิยม ที่มักจะพรากชีวิตสุนัขไปจากคุณ หากไม่ป้องกัน

     โรคของสุนัข ในปัจจุบันมีโรคระบาด หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งเป็นที่จะเกิดขึ้นได้เองของตัวสุนัข และโรคบางชนิดก็เป็นโรคระบาด ที่ติดต่อกันได้ง่าย และควบคุมได้ยาก ถึงอย่างไรผู้เลี้ยง ควรจะพาสุนัขไปรับวัคซีนป้องกันโรค เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เมื่อเกิดโรคระบาด สุนัขของคุณจะไม่เป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเราจะมาให้ความรู้ เกี่ยวกับโรคของสุนัข อาการ และวิธีการป้องกัน ดังต่อไปนี้ 

1. โรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข เป็นโรคที่สามารถติดต่อสู่ผู้เลี้ยงได้ สาเหตุของโรคเกิดมาจาก การติดเชื้อไวรัสเรบีส์ และสัตว์เลี้ยงเลือดอุ่น ที่เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ทั้งหมด แต่จะพบโรคนี้กับสุนัขเป็นส่วนใหญ่ สามารถป้องกันได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน เพราะในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ หากเป็นแล้วส่วนมากจะเสียชีวิต

2. โรคลำใส้อักเสบ จัดเป็นอีก1โรค ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง มักจะพบเจอกับลูกสุนัข ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน สาเหตุอาจจะมาจากการสัมผัสอาหาร ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสลำใส้อักเสบจากสุนัขตัวอื่น จากการกิน การเลีย หรือการสูดดม เมื่อสุนัขได้รับเชื้อมา จะมีอาการซึม เบื่ออาหาร ถ่ายเป็นมูก สามารถป้องกันได้โดยฉีดวัคซีนตั้งแต่ 45-60วัน และฉีดกระตุ้นจนครบ 4เดือน

3. โรคไข้หัดสุนัข เป็นโรคที่ควบคุมได้ยาก เพราะเชื้อไวรัสจะปนเปื้อนในอากาศ หรือคนก็สามารถนำเชื้อนี้มาติดสุนัขที่บ้านได้ เมื่อสุนัขได้รับเชื้อ จะมีอาการเบื่ออาหาร กินแต่น้ำ บางตัวอาจมีไข้ ตาอักเสบ มีน้ำมูก บางตัวอาจมีอาการท้องเสีย และอาเจียนร่วมด้วย หรือให้สังเกตุว่ามีตุ่มน้ำหนองใต้ราวท้องหรือไม่ โรคนี้ยังไม่ค้นพบทางรักษา ควรป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน 

4. โรคไตวาย เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสุนัขและแมว ส่วนมากจะพบเจอกับสัตว์ที่สูงอายุ สาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอาหาร ที่มีรสเค็มมากเกินไป กินมาเป็นเวลานาน ๆ หรือเป็นสุนัขที่กินน้ำน้อย ซึ่งสัตว์เลี้ยงจะเริ่มมีอาการ น้ำหนักตัวลด มีอาการซึมเศร้า เริ่มมีกลิ่นตัว กลิ่นปากที่แรงขึ้น การรักษาโรคไตวายสำหรับสุนัข จะรักษาตามอาการ อาจจะทำให้สุนัขเสียชีวิตในที่สุด

5. โรคไขข้ออักเสบ เป็นความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อต่าง ๆ จะพบในสุนัขที่อายุเยอะ หรือพบในสุนัขบางสายพันธุ์ที่ตัวใหญ่ และมีน้ำหนักตัวมาก อาการที่จะสังเกตุได้ สุนัขจะมีการขยับตัวช้า เช่น จังหวะการลุก การเดิน หรือการนอนทั้งวัน ไม่ยอมลุกขึ้นเดินเป็นเวลานาน ๆ เนื่องจากสุนัขมีอาการปวดไขข้อนั้นเอง วิธีการป้องกัน ควรหมั่นพาสุนัขออกกำลังกายเป็นประจำ และควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้พอดี เพื่อไม่ให้น้ำหนักเกิน

อย่ามองข้ามการฉีดวัคซีน เพราะช่วยป้องกันไม่ให้สุนัขเสียชีวิตได้

     โรคของสุนัข ของแต่ละสายพันธุ์จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ ของผู้เลี้ยงด้วย ซึ่งหมายถึง การจัดการเรื่องอาหารการกิน การดูแลใส่ใจสุขภาพสุนัข ทั้งเรื่องความสะอาดของสุนัข และสภาพแวดล้อมรอบตัวสุนัขด้วย รวมไปถึงการพาสุนัขออกกำลังกาย เพื่อให้ห่างไกลจากโรคร้าย และยังช่วยให้สุนัขมีสุขภาพที่แข็งแรงอายุยืน และไม่เป็นโรคเครียด

     โรคและการป้องกันโรคของสุนัข สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งสามารถนำสุนัขเข้ารับวัคซีน ได้ตามโปรแกรมเริ่มต้น ตั้งแต่อายุ 6-8 สัปดาห์ และควรได้รับคำแนะนำจากสัตว์แพทย์ ซึ่งจะช่วยวางโปรแกรมในการฉีดวัคซีนให้เหมาะสมกับสุนัขของคุณ และถึงแม้ว่าวัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100 เปอร์เซนต์ แต่จะช่วยทำให้สุนัขมีภูมิต้านทาน จากอาการหนัก จะกลายเป็นเบาลง หรือสามารถหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตได้ 

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

วิธีเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับวัย

     เมื่อกล่าวถึง “อาหารสุนัข” เชื่อว่ามือใหม่ที่กำลังหัดเลี้ยงสุนัขอาจจะต้องเคยรู้สึกสับสนกับสูตรและรสชาติต่าง ๆ ไม่รู้ว่าแบบไหนจะเหมาะกับเจ้าสี่ขาที่บ้าน โดยเฉพาะคนที่สงสัยว่าลูกสุนัขกิน อาหารสำหรับสุนัข โตได้หรือไม่ เรามีวิธีเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยและให้ อาหารสุนัข อย่างไรจึงจะเหมาะสม

วิธีเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับวัย

1. อาหารสุนัข สำหรับลูกสุนัข

เราจะแบ่งลูกสุนัขออกเป็น 3 ช่วงอายุ ซึ่งแต่ละช่วงอายุจะกิน อาหารสุนัข แตกต่างกันไปดังนี้

ลูกสุนัขวัยแรกเกิด

     กินเฉพาะนมแม่เป็นอาหารหลักเท่านั้น เมื่ออายุ 4 สัปดาห์ ควรเตรียมน้ำสะอาดไว้ด้วย จากนั้นจะหย่านมช่วงอายุ 6 – 8 สัปดาห์

ลูกสุนัขอายุ 2 – 4 เดือน

     ควรเป็น อาหารสุนัข สำหรับสูตรลูกสุนัขโดยเฉพาะ เพราะเป็น อาหารสำหรับสุนัข ชนิดเม็ดที่มีคุณภาพสูง สารอาหารครบถ้วนจำเป็นต่อการกระตุ้นการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ

หากต้องการเปลี่ยนอาหารก็ควรผสมอาหารเก่ากับอาหารใหม่ทีละน้อยในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรก แล้วค่อยเพิ่มขึ้นจนลูกสุนัขคุ้นเคย ส่วนเนื้อสัตว์ ผัก และข้าวสุกนั้นสามารถให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ควรให้อาหารเม็ดเป็นหลักดีกว่า

ลูกสุนัขอายุ 4 เดือน – 1 ปี

     เป็นช่วงวัยที่ต้องการอาหารให้พลังงานสูงกว่าสุนัขโตเต็มวัย จึงควรให้ อาหารสุนัข สูตรสุนัขกำลังโตโดยเฉพาะ สุนัขขนาดกลางจะมีอายุประมาณ 12 เดือน และสุนัขขนาดใหญ่จะมีอายุประมาณ 18 เดือน

     นอกจากนี้สุนัขขนาดใหญ่ควรได้รับอาหารสูตรวัยกำลังโตสำหรับสุนัขขนาดใหญ่โดยเฉพาะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกเจริญผิดปกติถ้าได้รับสารอาหารที่ไม่เหมาะสม

วิธีเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับวัย

2. อาหารสุนัข สำหรับสุนัขโตเต็มวัย

     หมายถึงสุนัขพันธุ์เล็กที่มีช่วงอายุ 1 – 5 ปี สุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีอายุ 1 ½ – 7 ปี ผู้เลี้ยงควรเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับขนาดและสายพันธุ์ รวมถึงลักษณะนิสัยหรือพฤติกรรมของสุนัขแต่ละตัว เช่น สุนัขที่ทำหมันหรือมีน้ำหนักเกินควรกินอาหารที่ควบคุมไขมัน สุนัขที่มีน้ำหนักน้อยต้องการสารอาหารบำรุงร่างกาย และสุนัขที่เป็นโรคต่าง ๆ ควรกิน อาหารสำหรับสุนัข ที่ผลิตมาเฉพาะโรค ส่วนอาหารประเภทผักและเนื้อสัตว์สามารถให้ได้ทั้งสุกและดิบ แต่ต้องให้ปริมาณที่สมดุลกับอาหารเม็ด

วิธีเลือก อาหารสุนัข ให้เหมาะกับวัย

3. อาหารสุนัข สำหรับสุนัขแก่

     หมายถึงสุนัขที่มีอายุประมาณ 6 – 8 ปี อาหารการกินจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย อาหารที่เหมาะสมคือ อาหารสุนัข สูตรสำหรับสุนัขแก่โดยเฉพาะ แต่อย่าลืมพิจารณาถึงสุขภาพ สภาพร่างกาย และพฤติกรรมอีกด้วย ตัวอย่างเช่นสุนัขที่เป็นโรคไขข้ออักเสบควรกินอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เพื่อลดการอักเสบ แล้วเสริมด้วยสารอาหารที่บำรุงไขข้อให้แข็งแรง เป็นต้น

     ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยง อาหารสุนัข ที่มีรสเค็มหรือมีปริมาณโซเดียมสูง เนื่องจากจะทำให้สุนัขที่มีอายุมากนั้นเสี่ยงต่อโรคไตกับโรคหัวใจได้ง่าย แต่ให้กินอาหารประเภทสาหร่ายทะเลหรือเมล็ดแฟลกซ์ที่อุดมไปด้วยสารไอโอดีนแทน ซึ่งช่วยเสริมการทำงานของต่อมไทรอยด์และบำรุงอวัยวะภายในร่างกายของสุนัข

สรุป

     เมื่อเรายินดีให้เขามาเป็นสมาชิกในครอบครัวแล้ว ก็ควรใส่ใจดูแลเรื่อง อาหารสุนัข ให้เหมาะสมกับวัยที่แตกต่างกัน เพื่อให้เขามีสุขภาพที่ดีและอยู่เป็นเพื่อนกับเราไปนาน ๆ

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

ชามอาหารสุนัข มีกี่แบบ

     เวลาที่เราไปเลือกซื้อ อุปกรณ์สุนัข อย่างเช่น ชามอาหารสุนัข เชื่อว่าบางคนต้องเคยมีอาการสับสนในการเลือกว่าแบบไหนจะเหมาะกับสุนัขของตัวเอง ด้วยความที่มีหลากหลายรูปแบบและมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป เรามาดูกันว่าชามอาหารสุนัขนั้นมีกี่แบบ รวมถึงแต่ละแบบจะเหมาะกับสุนัขแบบไหนบ้าง

ชามอาหารสุนัข มีกี่แบบ

ชามอาหารสุนัข แบบพลาสติก

     มีให้เลือกมากมายหลากหลายสีสันและหลายขนาด ด้วยข้อดีของ ชามอาหารสุนัข แบบนี้คือราคาไม่แพง ร่วงหล่นพื้นก็ไม่แตกเสียหาย สามารถใช้ได้กับสุนัขทุกช่วงวัย แต่จะมีข้อเสียตรงที่อายุการใช้งานค่อนข้างสั้นเพราะเปราะหักง่ายเมื่อใช้งานไปนาน ๆ หากสุนัขกัดแทะก็อาจกัดจนชามแตกแล้วเผลอกลืนพลาสติกลงท้องจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ชามอาหารสุนัข แบบเซรามิก

     อุปกรณ์สุนัข ข้อนี้เรียกว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชามสำหรับใส่อาหารหรือน้ำ เนื่องจากทำความสะอาดง่าย สีสันสวยงาม น้ำหนักของชามทำให้ชามไม่ลื่นไหล อีกทั้งบางรุ่นก็เคลือบสารนาโนสำหรับป้องกันแบคทีเรีย แต่ ชามอาหารสุนัข ประเภทนี้มีข้อควรระวังตรงที่แตกหักง่ายถ้าหลุดมือ หรือหากมีรอยบิ่นแตกเล็กน้อยก็อาจเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียได้ จึงเหมาะกับสุนัขพันธุ์เล็กที่ไม่ซนมากกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่

ชามอาหารสุนัข แบบสแตนเลส

     เนื้อสแตนเลสแวววาวที่มีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัย ทำให้เป็น ชามอาหารสุนัข ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด บางรุ่นมีขอบยางกันลื่นด้านล่างเพื่อป้องกันไม่ให้ชามลื่นไหลจนหก ราคาคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ แต่ยังมีข้อควรระวังคือควรเช็คคุณภาพของสแตนเสลว่าเป็นชนิด Food Grade หรือไม่ อีกทั้งอาจมีคราบสนิมหรือคราบสกปรกสะสมได้ สำหรับสุนัขที่มีนิสัยชอบแทะขอบยางอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้ชามรูปแบบอื่นแทน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะทำให้สุนัขเจ็บป่วยได้

ชามอาหารสุนัข มีกี่แบบ

ชามอาหารสุนัข แบบยกสูง

     ลักษณะของชามแบบนี้โดยปกติจะประกอบไปด้วยชามพลาสติก เซรามิก หรือสแตนเลส ซึ่งมี 2 ชามตั้งอยู่บนขาตั้งที่ทำด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ พลาสติก หรือโลหะ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ชามอาหารสุนัข แบบนี้จะช่วยป้องกันปัญหาระบบทางเดินอาหาร ทั้งยังเหมาะสำหรับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่และสุนัขที่มีพฤติกรรมชอบนำอุ้งเท้าจุ่มในชามด้วยนั่นเอง แม้ว่าจะเป็น อุปกรณ์สุนัข มีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็นับว่าคุ้มค่าต่อราคาและการทำความสะอาดได้ง่าย

เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ

     ส่วนใหญ่มักจะใช้ ชามอาหารสุนัข แบบพลาสติกที่ออกแบบมาสำหรับใส่อาหารหรืออาจจะมีช่องใส่น้ำด้วย บางรุ่นสามารถตั้งโปรแกรมเวลาและปริมาณอาหารแต่ละมื้อได้ จึงช่วยแก้ปัญหาน้ำหนักเกินของสุนัขได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสุนัขที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหาร ส่วนข้อเสียของ อุปกรณ์สุนัข ชิ้นนี้ก็มีแค่เพียงราคาค่อนข้างสูงเท่านั้น

ชามอาหารสุนัข มีกี่แบบ

ชามอาหารสุนัข แบบพกพา

     ทำจากหลายวัสดุอย่างเช่นแบบที่ทำจากผ้ามีซับในเป็นพลาสติก แบบไนล่อนที่พับเก็บได้สะดวก หรือแบบที่ทำจากโพลีเอสเตอร์ ทำให้พกพาง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ใช้พื้นที่น้อย ราคาไม่แพงมาก หรืออาจจะใช้แบบที่ทำจากซิลิโคน ซึ่งมีสีสันสวยงาม ทนทาน และทำความสะอาดได้ง่าย ราคาก็ไม่สูงมาก เหมาะสำหรับสุนัขที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะหิวระหว่างทางเลย

สรุป

     ทั้งหมดนี้ก็เป็น ชามอาหารสุนัข หรือ อุปกรณ์สุนัข อีกชนิดหนึ่งที่ผู้เลี้ยงควรใส่ใจและให้ความสำคัญไม่น้อย รวมถึงเรื่องความสะอาดของชามด้วยเช่นกัน เพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัขและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยอีกด้วย

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

5 เรื่องควรรู้ในการดูแล สุนัข ช่วงโควิด-19

     ช่วงที่สถานการณ์โรค โควิด-19 แพร่ระบาดเช่นนี้ นอกจากคนวัยเรียนและวัยทำงานได้ผลกระทบแล้ว น้อง ๆ สุนัข สี่ขาก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ซึ่งเราเชื่อว่าผู้เลี้ยง สุนัข จำนวนไม่น้อยย่อมต้องเกิดความสงสัยเกี่ยวกับโรค โควิด-19 ในสัตว์เลี้ยงกันบ้างว่าสามารถแพร่สู่ สุนัข ได้หรือไม่และจะช่วยป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมีข้อมูลดี ๆ มาฝากคนรัก สุนัข กัน

5 เรื่องควรรู้ในการดูแล สุนัข ช่วงโควิด-19

สุนัข ติด โควิด-19 ได้หรือไม่

คำตอบคือ “สามารถติดได้”

    การติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ของ สุนัข อาจจะมาจากความเสี่ยงของตัวผู้เลี้ยงนั่นเอง แม้ว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้น้อยก็ตาม แต่ด้วยข้อมูลของนักวิจัยจากหลายแหล่งทั่วโลกนั้นสนับสนุนว่าอาจจะติดได้ ซึ่งมีเคสตัวอย่างของแมวในประเทศเบลเยี่ยมที่เป็นการติดมาจากผู้เลี้ยง ทำให้มีอาการอาเจียนและถ่ายเหลว เมื่อทำการตรวจก็พบว่าผลตรวจมีค่าเป็นบวก ทั้งยังพบสารพันธุกรรมไวรัสโคโรนาอีกด้วย

การแพร่เชื้อของ สุนัข ที่ติดเชื้อ

คำตอบคือ “ไม่สามารถแพร่เชื้อได้” (ข้อมูลจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์)

     ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่ระบุชัดว่าสัตว์เลี้ยงจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัส โควิด-19 ไปยังคนหรือสัตว์เลี้ยงได้ ดังนั้นคนรัก สุนัข หรือผู้เลี้ยงจึงไม่ต้องกังวลไปว่าอาจจะเสี่ยงติดเชื้อจนถึงกับต้องห้ามเข้าใกล้ ไม่ดูแล หรือทอดทิ้งกันเลยเสียทีเดียว แต่เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองที่ดี ควรล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังเล่นกับ สุนัข รวมถึงงดกิจกรรมที่ต้องใกล้ชิดอย่างเช่นการจูบการหอมในช่วงโควิดแพร่ระบาดนี้ไปก่อน

5 เรื่องควรรู้ในการดูแล สุนัข ช่วงโควิด-19

การแพร่เชื้อของ สุนัข ที่ติดเชื้อ

คำตอบคือ “ไม่สามารถแพร่เชื้อได้” (ข้อมูลจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์)

     ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่ระบุชัดว่าสัตว์เลี้ยงจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัส โควิด-19 ไปยังคนหรือสัตว์เลี้ยงได้ ดังนั้นคนรัก สุนัข หรือผู้เลี้ยงจึงไม่ต้องกังวลไปว่าอาจจะเสี่ยงติดเชื้อจนถึงกับต้องห้ามเข้าใกล้ ไม่ดูแล หรือทอดทิ้งกันเลยเสียทีเดียว แต่เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองที่ดี ควรล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังเล่นกับ สุนัข รวมถึงงดกิจกรรมที่ต้องใกล้ชิดอย่างเช่นการจูบการหอมในช่วงโควิดแพร่ระบาดนี้ไปก่อน

อาการของ สุนัข ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

      เชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นคนละชนิดกับไวรัส โควิด-19 ที่ก่อให้เกิดโรคลำไส้อักเสบติดต่อใน สุนัข โดยเฉพาะลูก สุนัข ที่มีอายุ 2 – 4 เดือน เนื่องจากโคโรนาไวรัสจะเข้าไปอยู่ที่ลำไส้แล้วแบ่งเซลล์ทำลายผนังลำไส้ ส่งผลให้มีอาการอาเจียน มีไข้ ท้องเสียเรื้อรัง เกิดภาวะขาดน้ำจากการอาเจียนและท้องเสีย

5 เรื่องควรรู้ในการดูแล สุนัข ช่วงโควิด-19

สุนัข จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่

คำตอบคือ “ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย”

     สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกัน สุนัข จากเชื้อไวรัส โควิด-19 คือดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี เพราะการใส่หน้ากากอนามัยให้ สุนัข อาจทำให้รู้สึกรำคาญ ไม่สบายตัว หรือก่อให้เกิดความเครียดได้

วิธีดูแล สุนัข ช่วง โควิด-19

     การดูแล สุนัข ในช่วงที่มีโรคระบาดอย่าง โควิด-19 ก็แทบจะไม่แตกต่างกับการปฏิบัติตัวของคนเท่าไรนัก เริ่มตั้งแต่การล้างมืออย่างถูกหลักทั้งก่อนและหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการพาไปในที่สาธารณะ อาบน้ำให้บ่อยขึ้นแต่ไม่ต้องถึงกับอาบทุกวัน เพราะจะทำให้เขาเกิดความเครียดและรู้สึกตื่นตระหนกจนต่อต้านได้ หากผู้เลี้ยงหรือสมาชิกเจ็บป่วยก็ต้องเว้นระยะห่างจาก สุนัข เพื่อลดความเสี่ยงในการนำเชื้อที่อาจจะติด สุนัข ได้

     ข้อมูลเหล่านี้น่าจะช่วยคลายความกังวลใจแก่ผู้เลี้ยง สุนัข ได้พอสมควร เมื่อเราใส่ใจเรื่องสุขอนามัยและรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมหมั่นดูแลความสะอาดของบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ ก็จะช่วยป้องกันทั้งโรค โควิด-19 หรือโรคติดต่อต่าง ๆ จากคนสู่สัตว์เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงสู่คนได้นั่นเอง

ที่มา :

ภาพ 1 : https://www.meowguide.com/can-cats-and-dogs-get-coronavirus-covid-19/

ภาพ 3 : https://specials-images.forbesimg.com/imageserve/5e94815a892edc0006726ba3/960×0.jpg?fit=scale

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

ไขความลับ อายุของสุนัขเทียบกับมนุษย์ จะเป็นเท่าไหร่ ยังเรียกน้องได้หรือไม่

หลายคนเคยสงสัยว่าการเอาอายุของสุนัขเทียบกับมนุษย์ จากหลักการเอาอายุ ณ ปัจจุบันของสุนัขมาคูณด้วย 7 แล้วจะได้อายุที่สามารถเทียบเท่าได้กับช่วงอายุของคนนั้น หลักการนี้เชื่อได้จริงหรือไม่ บอกเลยค่ะว่าหลักการนี้ไม่มีความสมเหตุสมผลเลย ลองคิดตามดูนะคะง่าย ๆ เลยค่ะ อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่า สุนัขเมื่อมีอายุได้ 9 เดือน ก็สามมารถตั้งท้องได้แล้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับข่วงอายุของมนุษย์แล้ว มันไม่มีคสามสอดคล้องคล้องกันเลย และนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เมื่อนำอายุของสุนัขเทียบกับมนุษย์ จะรู้ได้อย่างไร ว่าเจ้าตูบที่เลี้ยงไว้ อายุเท่าไหร่แล้ว

   จากการวิจัยพบว่า หากเอาอายุของสุนัขเทียบกับมนุษย์ นั้นมีความต่างกันมาก โดย 1 ปีแรกของสุนัขสายพันธุ์เล็ก-กลาง เทียบเท่ากับมนุษย์ในช่วง 15 ปีเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าถ้าสุนัขอายุ 15 ปี ก็เทียบเท่ากับช่วงวัยชราของมนุษย์เลยเชียวล่ะ มีผู้เชี่ยวชาญได้เสนอวิธีจำแบบง่าย ๆ คือ 1 ปี ของสุนัข เท่ากับ 15 ปีของคน 2 ปีของสุนัข เท่ากับ 24 ปีของคน หลังจากปี่ที่ 3 ขึ้นไปของสุนัขก็ให้บวกเพิ่มไป 4 ปีค่ะ ยกตัวอย่างเช่น สุนัข 2 ปี เท่กับคน 24 ปี ถ้าสุนัข 3 ปี ก็ให้นำ 24+4 ดังนั้นสุนับอายุ 3 ปีก็เท่ากับคน 28 ปี เป็นต้น 

   แต่ถ้าเป็นสุนัขสายพันธุ์สายเล็กวิธีคิดคือ 1 ปีของสุนัข เท่ากับ 15 ของคน 2 ปีของสุนัข เท่ากับ 24 ปีของคน 3 ปีของสุนัข เท่ากับ 28 ปีของคน 4ปี ของสุนัข เท่ากับ 32 ปีของคน หลังจากนั้นก็ให้บวกเพิ่มไปครั้งละ 5 ปี เช่น 5 ปีของสุนัข เท่ากับ 37 ปี ของคน (32+5=37) เป็นต้น เหตุผลที่ทำให้การคำนวณอายุของสนัขแตกต่างจากของคน ก็เพราะว่าสุนัขจะมีการเจริญเติบโต รวมถึงพัฒนาการที่เร็วกว่ามนุษย์มาก อย่างที่ทุกคนเห็นกันอยู่ว่า ลูกสุนัขเมื่อคลอดออกมาได้ไม่นานก็สามารถเดินได้เลย ซึ่งแตกต่างกับเด็กในวัยแรกเกิด ที่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเดินได้ 

   อย่างไรก็ตามการคำนวณอายุของสุนัขต้องอาศัยปัจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งหลัก ๆ ก็มีอยู่ 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ ขนาดของสุนัข และ สายพันธุ์ของสุนัข จากการวิจัยพบว่าสุนัขสายพันธุ์เล็กจะมีการเจริญเติบโตได้เร็วกว่าสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ และมีแนวโน้มว่าเจ้าสุนัขสายพันธุ์เล็กจะมีอายุยืนยาวกว่าสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของเจ้าของด้วย หากสุนัขได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ สุนัขก็จะมีอายุยืนยาวได้มากขึ้น

   จากการวิจัย อายุของสุนัขเทียบกับมนุษย์ เมื่อปี 2019 โดยนักวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ได้มีการคิดค้นสูตรที่ใช้ในการคำนวณอายุของสุนัข โดยพิจารณาจากตัวแปรเรื่องความแก่ที่ไม่เท่ากันของคนกับสุนัข โดยได้ทดลองกับสุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ จำนวน 104 ตัว ได้ทำการศึกษาทดลองไปถึงระดับชั้นโมเลกุลของ DNA และเริ่มติดตามผลการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่สุนัขมีอายุได้ไม่กี่สัปดาห์ ไปจนถึงสุนัขมีอายุได้ 16 ปี จากผลการทดลองดังกล่าวสรุปได้ว่า อายุของสุนัขมีอัตราเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่ามนุษย์ในช่วงต้น ๆ ของชีวิต หลังจากนั้นอัตราการแก่ตัวลงก็จะค่อย ๆ ชะลอตัวลงเมื่อสุนัขโตเต็มวัยนั่นเอง

   จากนั้นนักวิจัยก็ได้นำข้อมูลของสุนัข ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลของมนุษย์ จำนวนกว่า 300 คน โดยใช้วิธีเดียวกัน ทำให้พบว่า ถ้าสุนัขอายุ 2 ปี DNA ของลาบราดอร์จะเทียบเท่าได้กับมนุษย์ที่มีอายุ 40 ต้น ๆ ไม่ใช่ 15 ปี ตามสูตรเดิมที่เคยใช้มา จากการวิจัยจึงได้สูตรใหม่ในการคำนวณอายุของสุนัข คือ 16×In(อายุของสุนัข)+31 ฉะนั้นคนที่เลี้ยงน้องหมาและอยากรู้ว่าน้องหมาที่บ้านอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคน ก็ลองเอาสูตรนี้ไปใช้ดูได้นะคะ แต่สำหรับเครื่องคิดเลขปกติทั่วไป อาจใช้คำนวณหาค่าลอการิซึมไม่ได้ จึงต้องใช้เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ในการหาค่าลอการิซึม แต่ปัจจุบันมีความสะดวกมากขึ้น เพราะแค่ Coppy สูตร แล้วไปวางใน Google ใส่อายุสุนัขลงไปในวงเล็บ แล้วกดEnter เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้ว่าน้องหมาของคุณอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับมนุษย์

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข

เคล็ดไม่ลับ 3 วิธีดูแลสุขภาพสุนัข ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจาคโรคภัยคุกคาม

วิธีดูแลสุขภาพสุนัข เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญ เน้นการดูแลให้สุนัข มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และเจริญเติบโตแบบธรรมชาติ ซึ่งหากเป็นลูกสุนัข ที่มาให้เราเป็นคนดูแลต่อ หรือการที่เราซื้อลูกสุนัขมาเลี้ยง ยิ่งต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะสุนัขยังไม่สามารถสร้างภูมิต้านทางเองได้ แต่จะมีภูมิต้านติดตัวมาจากในท้องแม่ ประมาณ 20 เปอร์เซนต์ เท่านั้น จากนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ต้องดูแลลูกสุนัข ต่อนั้นเอง

วิธีดูแลสุขภาพสุนัข เริ่มต้นอย่างไร

วิธีดูแลสุขภาพสุนัข เริ่มต้นจากการสร้าง ภูมิต้านทานให้สุนัขมาเป็นอันดับแรก ซึ่งลูกสุนัขจะได้รับจากแม่สุนัขหลังคลอดทันที มาจากน้ำนมเหลือง หรือที่เรียกว่า Colostrum จะเป็นน้ำนมบริสุทธิ์ จากแม่ในช่วงหลังคลอด 24-72 ชั่วโมงเท่านั้น จะมีลักษณะเป็นน้ำนมสีเหลืองนวล ต่างจากน้ำนมทั่วไป ที่จะเป็นสีขาวใส ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับลูกสุนัขมาก จะช่วยเป็นภูมิต้านทานให้ลูกสุนัขหลังคลอด นานถึง 6-8 อาทิตย์

การดูแล สุนัข เบื้องต้น สำหรับมือใหม่ที่ต้องเป็น พ่อหรือแม่ให้กับลูกสุนัข จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับ การสร้างภูมิต้านทานให้กับลูกสุนัข โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ที่ต้องพรากลูกสุนัขมาจากแม่นั้น ลูกสุนัขจะต้องได้ทานอาหารทดแทนนมแม่ เพราะระบบภูมิคุ้มกัน และภูมิต้านทานต่าง ๆ ยังไม่แข็งแรง หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้ลูกสุนัข เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นเราจะเล่าเทคนิค การดูแลและสร้างภูมิต้านทานต่าง ๆ ให้ลูกสุนัข ดังนี้ 

การเลือกอาหาร ที่มีโภชนาการเหมาะสม กับช่วงอายุของสุนัข 

อาหารของสุนัข ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยไหน ก็จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของสุนัข ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหรือละเลย และสำหรับลูกสุนัข ในช่วงแรกเกิดจนถึง 1 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่ควรได้รับ การประคบประหงม ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพัฒนาการ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ อาหารที่สุนัขควรได้รับ จะต้องมีอาหารที่ครบถ้วน สามารถทดแทนนมแม่ได้ และควรเลือกอาหารที่เสริมสร้างระบบประสาท โครงสร้างกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรง ให้กับฟัน และกระดูก เป็นต้น

    ในช่วงแรกเกิด ถึงแม้สุนัขจะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่มานั้น ก็จะยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และจะค่อย ๆ ลดต่ำลงไปเรื่อย ๆ อาจจะทำให้ภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขอ่อนแอ จะติดเชื้อได้ง่าย และสาเหตุหลัก ๆ ที่มักจะพบเจอ มาจากปัญหาที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น การเลือกอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญในอันดับต้น ๆ ที่ควรใส่ใจ เพราะสุขภาพที่ดีของสุนัข สามารถเริ่มต้นได้จากอาหารการกิน ควรให้อาหารในปริมาณที่พอดีในแต่ละมื้อ และมีโภชนาการที่ครบถ้วนต่อวัน การให้อาหารควรสลับระหว่าง อาหารเม็ด และอาหารเหลว

การได้รับวัคซีน เพื่อเสริมภูมิต้านทานให้กับสุนัข

ก่อนการขอรับวัคซีน สำหรับสุนัขทุกวัย จำเป็นจะต้องได้รับการตรวจเช็คร่างกาย จากสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง และสามารถเริ่มนำสุนัขไปรับวัคซีนได้ตั้งแต่อายุครบ 2 เดือน ซึ่งในปัจจุบัน จะสามารถเลือกรับเป็นวัคซีนรวมได้ ซึ่งจะสามารถป้องกัน โรคได้5 ชนิด เช่น โรคหัดสุนัข โรคตับอักเสบ โรคลำใส้อักเสบ หลอดลมอักเสบ และโรคเลปโตสไปโรซีส 

   สำหรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ควรได้รับเข็มแรก เมื่ออายุครบ 3 สัปดาห์เป็นต้นไป และฉีดกระตุ้นซ้ำได้อีกครั้ง เมื่อลูกสุนัข 6 สัปดาห์ และควรได้รับวัคซีนอีก ใน 12 เดือนถัดจากนี้ ควรทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ตลอดอายุของสุนัข เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่า สุนัขของเรานั้น จะมีภูมิคุ้มกันตลอด ในระดับที่เหมาะสม สามารถต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา 

การฝึกให้สุนัขได้ออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 

การพาสุนัขออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ ระหว่างเจ้าของและสุนัข เพื่อช่วยเพิ่มความสนิทสนม และเพิ่มความคุ้นเคยกันมากขึ้น สำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก ควรพาเดินออกกำลังกายในสวน หรือปล่อยให้วิ่งเล่นเป็นประจำ นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ แข็งแรงแล้ว ยังช่วยทำให้สุนัขได้ผ่อนคลายไม่เครียด อีกด้วย 

   สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ แนะนำให้เลือกการออกกำลังกาย ด้วยการฝึกให้สุนัขว่ายน้ำ จะช่วยลดการกระแทกช่วงขา เพราะสุนัขอาจจะมีน้ำหนักมาก จะช่วยลดปัญหาเรื่อง กระดูก และข้อต่อ และไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะ Heat Stroke การว่ายน้ำจะช่วยทำให้สุนัข ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นด้วย ซึ่งการจะฝึกสุนัขว่ายน้ำนั้น ควรฝึกตั้งแต่วัยเด็ก และควรใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายของสุนัข สูญเสียความร้อนมากจนเกินไป