Categories
บทความพันธุ์สุนัข

สุนัขพันธุ์เล็กน่ารัก ไซส์จิ๋ว ขนาดปุ๊กปิ๊กชวนให้ตกหลุมรัก

สุนัขพันธุ์เล็กเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสายพันธุ์น้องหมาที่คนนิยมเลี้ยงไม่แพ้สายพันธุ์ขนาดอื่น ๆ เรียกได้ว่าเหล่าทาสทั้งหลายพร้อมจะโดนตกไปตาม ๆ กัน ด้วยขนาดตัวที่เล็กน่าเอ็นดู บวกกับนิสัยขี้อ้อน ขี้เล่น แถมแสนรู้ เต็มไปด้วยความน่ารักสดใสที่พร้อมจะมอบให้เจ้าของ พ่วงมาด้วยความซื่อสัตว์ที่หาจากไหนได้ยาก การได้สัมผัสหรือกอดเจ้าก้อนขนตัวนุ่ม ๆ ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้หลายคนเลือกเจ้าน้องหมาไซส์จิ๋วนี้มาอยู่เคียงข้างไว้เป็นเพื่อนคู่ใจในยามเหงา เพื่อนบรรเทาทุกข์ยามเครียดหรือมีปัญหาไม่สบาย

มัดรวมสุนัขพันธุ์เล็กน่ารักน่าเลี้ยง 5 สายพันธุ์ยอดนิยม

การเลือกขนาดของน้องหมาให้เหมาะกับขนาดพื้นที่เลี้ยงที่เรามีนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากจะสร้างความสะดวกในการดูแลให้กับผู้เลี้ยงแล้วนั้น ก็ยังผลดีต่อตัวสัตว์เลี้ยงของเราอีกด้วย เพราะสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ หลากหลายขนาดนั้นมีความต้องการในการดูแลและที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่กำลังวางแพลนเลี้ยงเจ้าตูบสี่ขาแสนน่ารัก แต่ติดปัญหามีพื้นที่เลี้ยงที่มีอยู่อย่างจำกัด เราขอแนะนำให้ลองเลือกเจ้าสุนัขพันธุ์เล็ก ตัวจิ๋วขนาดกะทัดรัด เป็นไซส์ที่เลี้ยงง่าย เหมาะกับพื้นที่เล็ก ๆ อย่างในบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่สุด

ใครกำลังหาข้อมูลเลี้ยงน้องหมาอยู่มามุงทางนี้เลยจ้า เอาใจคนรักสุนัขสายพันธุ์เล็ก น้องหมาไซส์พกพา ขนาดกำลังน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยสุนัขพันธุ์เล็ก เลี้ยงง่าย 5 สายพันธุ์ที่คนนิยมเลี้ยงซึ่งเราได้รวบรวมและคัดสรรมาให้ DOG LOVER เป็นทางเลือกช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แล้วสุนัขพันธุ์เล็กมีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ไปดูกันเล้ย

1. เริ่มต้นด้วยสุนัขพันธุ์เล็กขนยาวสลวยสง่างามอย่าง “สายพันธุ์ชิสุ” หนึ่งในสามของสุนัขชั้นสูงของประวัติศาสตร์จักรพรรดิจีน ผู้มีดวงตากลมโต ขนาดพอเหมาะ พกพาไปต่อไหนได้ไม่ลำบาก มีน้ำหนักประมาณ 4.5-7.5 กิโลกรัม มีนิสัยกล้าหาญ เป็นมิตรกับทุกคน ปรับตัวได้ดี ขี้เล่น ตื่นตัว ช่างประจบประแจง ชอบที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เจ้าของทำอยู่ ชอบวิ่งเล่น รักสนุก และที่สำคัญชิสุเป็นสุนัขที่ไม่ชอบการถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป

2. ตามด้วยสุนัขพันธุ์เล็ก ขน 2 ชั้นฟูฟ่อง หางเป็นพวงสวยงาม จมูกแหลม ตาแป๋วเป็นประกายชวนให้ตกหลุมรัก คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “สายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน” ที่มีต้นกำเนิดมาจากสุนัขลากเลื่อนแห่งประเทศไอซ์แลนด์ และถูกพัฒนาสายพันธุ์จนมีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.7-2.5 กิโลกรัม เป็นสุนัขที่มีความว่องไวปราดเปรียว มีลักษณะนิสัยพื้นฐานคือความตื่นตัว เห่าเก่ง มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น อวดดีอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งค่าตัวน้อง ๆ สายพันธุ์นี้อยู่ที่ 7,000-15,000 บาท

3. ลำดับต่อไปเราขอแนะนำสุนัขพันธุ์เล็ก ราคาไม่แพงที่ได้ชื่อว่าเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งของโลกอย่าง “สายพันธุ์พูเดิล” ขึ้นชื่อเรื่องความฉลาด สามารถฝึกฝนได้ง่าย ขี้อ้อน แถมประจบเก่งเป็นที่สุด เลี้ยงง่าย เพราะมีความอดทน ไม่ขี้โวยวาย มีความสดใสตามลักษณะของตุ๊กตาที่มีชีวิต มีนิสัยรักสวยรักงาม ชอบเที่ยวและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างรวดเร็ว เป็นสุนัขประเภทสวยงามที่มีปากเรียวยาว ดวงตากลมโต หูห้อยปิดแก้ม ขนดกหยิกติดหนัง ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาทเท่านั้น

4. สุนัขพันธุ์เล็กน่ารัก และเป็นมิตร ผู้มีถิ่นกำเนิดจากเวล์ชอย่าง “สายพันธุ์เพ็มโบรค เวล์ช คอร์กี้” ที่เราคุ้นเคยและเรียกกันสั้นว่าเจ้าคอร์กี้นั่นเอง ด้วยใบหน้าแสนทะเล้นเป็นมิตร บวกกับขนาดลำตัวที่สั้นแคระ รูปลักษณ์ตุ้บตั้บน่าฟัด ขาสั้นจิ๋ว และก้นกลมมนดุ๊กดิ๊กเป็นเอกลักษณ์ มีความฉลาด แสนรู้ ขี้เล่น เป็นกันเองแบบสุด ๆ พลังล้นเหลือเกินขนาดตัว มีความรวดเร็วและคล่องแคล่ว ทำให้คอร์กี้มีความสามารถในการต้นสัตว์ขนาดใหญ่ได้อีกด้วย ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ถือว่าถูกมากนั้นอยู่ที่ 15,000 บาท

5. ปิดท้ายด้วยสุนัขพันธุ์เล็กที่สุดในโลกอย่างเจ้าน้องหมา “สายพันธุ์ชิวาวา” หรือที่ใครหลายคนเรียกกันว่าหมากระเป๋า เป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่คนรักสุนัข ด้วยขนาดตัวที่เล็กจิ๋วน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโต หัวโตกว่าลำตัว มีท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์ บวกกับอุปนิสัยขี้เล่น ขี้ประจบ ขี้อ้อน ติดเจ้าของ แต่บางครั้งก็มีความหยิ่งในตัวเองกับคนแปลกหน้า เห่าเสียงดัง แต่สามารถฝึกฝนได้ สุภาพ ไม่ทำลายข้าวของ โดยสินสอดค่าตัวของน้องหมาจิ๋วสายพันธุ์นี้จะเริ่มต้นอยู่ที่ 4,000 บาทเท่านั้น

วิธีการดูแลเลี้ยงดูสุนัขพันธุ์เล็กให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

เนื่องจากน้องหมาเหล่านี้เป็นสุนัขพันธุ์เล็กจึงไม่มีปัญหาจุกจิกในเรื่องของสถานที่ในการเลี้ยง เพราะใช้พื้นที่เลี้ยงดูไม่เยอะ พาไปไหนด้วยก็สะดวก สามารถเลี้ยงในบ้าน หอพัก อพาร์ตเมนท์ คอนโดมิเนียมได้อย่างสบาย หรือจะเลี้ยงไว้ในกรง สุนัขพันธุ์เล็กก็สามารถอยู่ได้ เพียงแต่ต้องหมั่นพาน้อง ๆ ออกไปเจอแดด เจอลม เจอสภาพแวดล้อมภายนอกให้เขาได้มีโอกาสวิ่งเล่นแบบสนุกสนานตามนิสัยและความชอบของสายพันธุ์บ้าง ก็จะสามารถช่วยให้สัตว์เลี้ยงของเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของเรื่องอาหารการกิน สุนัขพันธุ์เล็ก กินอะไรได้บ้าง ถึงแม้ว่าขนาดตัวจะเล็กจิดริด แต่ความต้องการสารอาหารของสุนัขพันธุ์เล็กนั้นมีมากกว่าเจ้าหมาตัวใหญ่อยู่พอสมควร โดยส่วนใหญ่จะเน้นอาหารจำพวกที่มีโปรตีนเป็นหลัก ให้พลังงานสูง และด้วยขนาดตัวที่เล็กจึงมีเรื่องที่ควรระวังอยู่ด้วย นั่นคือเรื่องของกระดูกที่เราอาจเสริมแคลเซียมให้กับน้องเป็นครั้งคราว มักพบปัญหาเกี่ยวกับฟันและช่องปากควรสลับเปลี่ยนให้อาหารแห้งเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องเป็นอาหารที่ย่อยง่ายป้องกันอาการอ่อนไหวจากระบบย่อยอาหาร

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลและความรู้ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ คงจะช่วยให้คนที่กำลังมีความคิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กที่ยังลังเลเลือกสายพันธุ์ของเพื่อนคู่ใจสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น ใดใดแล้วเรื่องที่สำคัญที่สุดทางเราแนะนำว่าให้ทุกคนเลือกสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะนิสัยเข้ากับผู้เลี้ยงได้ และอย่าลืมเลือกขนาดสุนัขให้เหมาะสมกับพื้นที่เลี้ยงของเราด้วยนะค้า 

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

ร็อตไวเลอร์สุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ถูกมองว่าดุนั้นที่จริงแล้วเป็นแบบนั้นหรือเปล่า?

ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขดุ โหดร้าย ชอบกัดคน ที่จริงแล้วนิสัยของร็อตไวเลอร์เป็นแบบไหน จะดุ โหดร้ายและชอบกัดคนอย่างที่ถูกกล่าวถึงจริงหรือเปล่า? วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกัน

ร็อตไวเลอร์ได้รับความนิยมในการเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเนื่องจากรูปลักษณ์ หน้าตา ที่ดูน่าเกรงขาม ขนาดตัวที่ใหญ่ ดูแข็งแรง กำยำ ของสุนัขพันธุ์นี้นั้นทำให้เวลาคนแปลกหน้าเห็นก็จะค่อนข้างรู้สึกกลัว แต่สำหรับเจ้าของนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่าที่ใครๆเห็น นิสัยน้องจะเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข หลายๆคนก็บอกว่าน้องหมาพันธุ์นี้ ไม่ได้ดุร้ายอย่างที่ใครๆเห็น – จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า มาหาคำตอบในบทความนี้กัน

สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์มาจากไหน? ทำไมถึงถูกนำมาเลี้ยง?

ร็อตไวเลอร์ ประวัติความเป็นมา มาจากไหน – ร็อตไวเลอร์มีต้นตระกูลมาจากสุนัขพันธุ์ MOLUSSUS ที่ได้ผสมพันธุ์กับสุนัขท้องถิ่นของของประเทศเยอรมนี หมู่บ้าน DAS ROTE WIL จึงเกิดสุนัขสายพันธุ์ใหม่ มีชื่อพันธุ์ว่า ROTTWEILER ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อพันธุ์มากจากชื่อหมู่บ้านนี้ จากนั้นคนขายเนื้อและคนเลี้ยงวัวก็ได้นำร็อตไวเลอร์มาใช้เป็นสุนัขลากเกวียนเนื่องจากร็อตไวเลอร์ น้ำหนักตัวและรูปร่างทำให้ดูแข็งแรง แต่สุดท้ายก็ได้เลิกใช้งานด้านนี้ เนื่องจากเป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขพันธุ์นี้เกือบสูญพันธุ์ไป

ร็อตไวเลอร์ มีกี่สายพันธุ์ มีแค่สายพันธุ์เดียว ก็คือสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์ แต่ปัจจุบันก็มีทั้งร็อตไวเลอร์แท้ และ ร็อตไวเลอร์ผสม ร็อตไวเลอร์ผสมไทย หรือจะผสมสายพันธุ์อื่นๆอีกหลากหลาย แต่วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับร็อตไวเลอร์พันธุ์แท้กัน

ร็อตไวเลอร์พันธุ์แท้มีลักษณะภาพนอกคือ หัวยาวปานกลาง หน้าผากโค้งเล็กน้อย ตาลึก หูห้อย จมูกสีดำใหญ่ ปากห้อยย้อยความยาวพอดีกับขนาดหัว คอสั้น หลังตรง อกกว้างลึก หางสั้น ขนมีความยาวปานกลาง เพศผู้สูง 61-68 เซนติเมตร น้ำหนัก 50-59 กิโลกรัม / เพศเมียสูง 56-63.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 41-48 กิโลกรัม ตามเกณฑ์มาตรฐาน และโดยทั่วไปมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 8-11 ปี

ร็อตไวเลอร์ ราคากี่บาท ปัจจุบันมีการซื้อขายสุนัขพันธุ์นี้กันอย่างแพร่หลาย ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขสายพันธุ์ดีจึงมีทั้งราคาถูกและแพงขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละฟาร์ม โดยมีราคาตั้งแต่ 3,000 จนถึง 30,000 กันเลยทีเดียว ราคาร็อตไวเลอร์ค่อนข้างหลากหลาย หากใครสนใจสุนัขพันธุ์นี้ก็ลองหาซื้อตามงบประมาณที่เหมาะสมได้เลย

ร็อตไวเลอร์สุนัขเฝ้าบ้านพันธุ์นี้จริงๆแล้วมีนิสัยเป็นอย่างไร

ร็อตไวเลอร์ นิสัยจริงๆแล้วคือ เป็นสุนัขที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความใจเย็น ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ รักเจ้าของ และสามารถยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องเจ้าของได้ เป็นสุนัขที่มีพลังเยอะ มีความกระตือรือร้น ชอบเฝ้าระมัดระวัง และมีพลังในการทำลายที่สูงมาก แต่ก็เป็นสุนัขที่ต้องการความเอาใจใส่ การแสดงความรัก จากเจ้าของมากเช่นกัน

ที่จริงแล้วร็อตไวเลอร์ สามารถเข้ากับเด็กได้เป็นอย่างดี เป็นสุนัขที่มีความอ่อนโยนอยู่ภายใน แต่ก็เป็นสุนัขที่หวงอาณาเขตของตัวเองเป็นอย่างมาก ดังนั้นเวลามีคนแปลกหน้าหรือสิ่งที่ผิดปกติเข้ามา เขาจะเห่าเพื่อขู่ทันที 

คำที่บอกว่าร็อตไวเลอร์ดุนั้น ก็เป็นจริงส่วนหนึ่งจากนิสัยที่หวงอาณาเขตของตัวเอง แต่เจ้าของก็สามารถเลี้ยงให้สุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยที่อ่อนโยนขึ้นได้ เพียงแค่ท่านต้องเอาใจใส่ มีเวลาให้เขา ฝึกสอนเขาอยู่เป็นประจำ และยังต้องพาเขาไปเจอสุนัขตัวอื่นๆบ้าง และที่สำคัญคือควรที่จะพาสุนัขพันธุ์นี้ไปออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ เขาได้ปลดปล่อยพลังที่มีล้นเหลือในร่างกายบ้าง จะได้ไม่เครียดจนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความอันตราย ทั้งทำลายข้าวของหรือเล่นกับคนแรงเกินไปจนเกิดอันตราย

การออกกำลังกายของร็อตไวเลอร์ ควรพาเดินอย่างน้อย 10-20 นาที และพาวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง การพาวิ่งอาจจะไม่ใช่การวิ่งเฉยๆก็ได้ แต่เป็นการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การขว้างของให้ไปคาบกลับมา หรือจะเป็นวิ่งเล่นกัน ด้วยความที่เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่จึงต้องการการออกกำลังกายที่ค่อนข้างมากในแต่ละวัน

สรุป ร็อตไวเลอร์สุนัขหน้าตาดุดันพันธุ์นี้เหมาะกับใคร?

หากอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วจะรู้ว่าที่จริงแล้วร็อตไวเลอร์ไม่ได้ดุร้ายอย่างที่คิด และยังเป็นสุนัขที่ทั้งซื่อสัตย์ รักเจ้าของเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีความอ่อนโยนอยู่ภายในจิตใจ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี ต้องเป็นคนที่มีความกระฉับกระเฉงสามารถพาเขาไปออกกำลังกายได้ ต้องมีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่น และต้องมีเวลาให้เขาอยู่สม่ำเสมอ แล้วร็อตไวเลอร์ตัวนั้นก็จะกลายเป็นคู่หูที่แสนวิเศษของคุณ

ไม่ว่าจะสุนัขพันธุ์ไหน ก็ต้องการความรัก การดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ หากคุณตัดสินใจที่จะเลี้ยงสุนัขสักตัวแล้วนั้น ก็อย่าลืมที่จะรับผิดชอบต่อชีวิตเขา อย่าลืมที่จะหาเวลาที่จะใช้ร่วมกับเขา แสดงความรักต่อเขาให้มากๆ แล้วเขาจะกลายเป็นเพื่อนซี้สี่ขาที่ดีที่สุดของคุณ

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

บางแก้วสุนัขสายพันธ์ไทย สัตว์เลี้ยงที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนาน

ในกลุ่มคนที่รักสุนัขโดยเฉพาะในประเทศไทยนั้น เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องเคยได้ยินชื่อหมาไทยสายพันธุ์บางแก้วอย่างแน่นอน เพราะเป็นสุนัขเป็นเพื่อนซี้ที่แสนซื่อสัตย์อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานมาก จนกลายเป็นชื่อสายพันธุ์แรก ๆ ที่คนส่วนใหญ่จะนึกเมื่อพูดถึงสุนัขสายพันธุ์ไทย ด้วยรูปลักษณ์สง่างาม คล่องแคล่ว ว่องไว แข็งแรง และแสนรู้ฉลาดเป็นกรด ทำให้บางแก้วนิยมเลี้ยงไว้เป็นองครักษ์พิทักษ์บ้าน และเพื่อนเล่นในยามเหงา คนรักสุนัขไม่ควรพลาดมีไว้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักที่สามารถช่วยให้คุณปลอดภัยและหายเหงาไปในเวลาเดียวกัน 

นอกจากนี้หลาย ๆ คนยังเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ไว้เพื่อความสวยงามอีกด้วย เพราะบางแก้วที่เข้าลักษณะที่ดี มักจะเดินอยู่บนเส้นทางสายประกวด สร้างชื่อเสียงให้กับสุนัขสายพันธุ์ไทยได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงในปัจจุบัน ก็เริ่มมีการอนุรักษ์สายพันธุ์แท้ไว้ เนื่องจากเริ่มหาได้ยากแล้วในตลาดสัตว์เลี้ยงบ้านเรา และวันนี้เราจะถือโอกาสพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสุนัขสายพันธุ์บางแก้วให้ลึกขึ้นกว่านี้กันดีกว่า หากเพื่อน ๆ กำลังมีความคิดว่าจะรับสุนัขบางแก้วมาเป็นหนึ่งสมาชิกในของครอบครัว ข้อมูลเหล่านี้อาจจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

พามาทำความรู้จักสุนัขสายพันธุ์บางแก้วให้ลึกขึ้น แล้วจะตกหลุมรักกันแบบไม่รู้ตัว

สุนัขบางแก้วสายพันธุ์ไทยที่เรารู้จักและคุ้ยเคยกันเป็นอย่างดี หรือที่ชาวต่างชาติรู้จักสุนัขบางแก้ว ภาษอังกฤษว่า THAI BANGKAEW DOG หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า BANGKAEW เลยก็ย่อมได้ สุนัขบางแก้วมีถิ่นกำเนิดที่วัดบางแก้ว ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จึงเรียกชื่อสายพันธ์ตามชื่อวัดต้นกำเนิดของสุนัขให้เราเรียกติดหูกันมาจนถึงปัจจุบัน สันนิษฐานว่าสายพันธุ์บางแก้ว เกิดจากการผสมกันของสุนัขจิ้งจอกและหมาใน ไปผสมกับสุนัขสายพันธุ์ไทยทำให้เกิดลักษณะผสมที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งลักษณะภายนอกรวมไปถึงลักษณะนิสัยด้วย

สุนัขบางแก้ว ลักษณะภายนอกโดยทั่วไปที่เห็นได้ชัดคือ ใบหูที่ชี้ตั้ง ใบหน้าเชิดขึ้น ขนฟูนุ่มหนาและยาวตรง ส่วนลักษณะที่โดดเด่นและดี 5 อย่างที่ทุกตัวต้องมี นั่นคือ แข้งสิงห์, ขนหลังหู, แผงหลังดั่งอานม้า, หางเป็นพวงม้วนขึ้น และมีเคราดกเป็นแผงคอคล้ายสิงโตทำให้รูปลักษณ์ที่สง่าผ่าเผย ดูน่าเกรงขาม มีน้ำหนักประมาณ 13 – 16 กิโลกรัม และมีส่วนสูงประมาณ 45 – 55 เซนติเมตรเมื่อโตเต็มที่ ถือเป็นสุนัขขนาดกลาง เป็นสุนัขที่มีลักษณะเฉพาะที่มองแต่ภายนอกก็รู้ได้เลยว่าคือบางแก้วของไทย 

บางแก้ว นิสัยที่ได้ถ่ายทอดมาจากสุนัขจิ้งจอกและหมาในคือมีความกล้าหาญ ว่องไว ปราดเปรียว และฉลาด สามารถฝึกไว้เฝ้าบ้านหรือแสดงท่าทางต่าง ๆ ได้ดี จำเป็นต้องเลี้ยงไว้ในบ้านที่มีบริเวณให้ได้วิ่งเล่นเพื่อป้องกันความเครียดของสัตว์เลี้ยง และที่สำคัญพื้นที่นั้นต้องมีรั้วรอบขอบชิด เนื่องจากบางแก้วเป็นสุนัขที่มีนิสัยหวงของเป็นอย่างมาก จึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้กันด้วย

ในตลาดสัตว์เลี้ยง บางแก้วเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก จึงมีฟาร์มที่ผสมพันธุ์ เพาะเลี้ยง และขายบางแก้วโดยเฉพาะ มีทั้งบางแก้วแท้และบางแก้วผสม แล้วแต่คนจะชอบ บางแก้ว ราคาที่ในท้องตลาดขายกันแตกต่างกันที่พันธ์แท้นั้น เริ่มต้นที่ 3,000 – 10,000 บาท แต่ถ้าเป็นบ้างแก้วผสมจะได้ลักษณะเด่นของสายพันธ์ที่มาผสมด้วย เช่น บางแก้ว + ไซบิเรียน, บางแก้ว + บิทบูล ฯลฯ ราคาก็จะถูกกว่าเล็กน้อยและหลากหลายมากตามแต่สายพันธุ์ที่มาผสมด้วย 

บทสรุป HOW TO เลือกเลี้ยงบางแก้วต้องดูแลอย่างไรบ้าง

การที่คุณเลือกที่จะเลี้ยงบางแก้วสักตัวไว้เป็นเพื่อนคู่ใจแล้วล่ะก็ ควรรู้ไว้เป็นอันดับแรกเลยคือ บางแก้ว อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 – 14 ปี สามารถอยู่เป็นสมาชิกครอบครัวได้นานเลยทีเดียว วิธีเลี้ยง สุนัขบางแก้วไม่แตกต่างจากการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงทั่วไปเลย คือต้องดูแล เอาใจใส่ ให้ความอบอุ่นกับเขา เหมือนที่เราดูแลคนในครอบครัว แล้วสิ่งที่ได้กลับจากบางแก้วคือความซื่อสัจ ความรัก ความสบายใจมากจนคุณลืมไปเลยว่าเขาเป็นสัตว์เลี้ยง บางแก้วจะเป็นทั้งเพื่อนแสนดีในวันที่คุณเหงาและบอดี้การ์ดในวันที่ไม่ปลอดภัย

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

หมาปั๊ก สุนัขสายพันธุ์เล็ก นิสัยน่ารัก และน่าเลี้ยง

สำหรับหมาปั๊กนั้นมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน มีลักษณะของร่างกายขนาดเล็กปานกลาง ซึ่งจะนิยมเลี้ยงกันไว้เฉพาะในวัดจีนเท่านั้น ต่อมาได้รับความนิยมมากขึ้น และเลี้ยงกันแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน เพราะเจ้าปั๊กเป็นหมาที่มีนิสัยน่ารัก เลี้ยงไม่ยาก เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ รักเจ้าของมาก พร้อมจะติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกที่ ปั๊กเป็นสุนัขที่มีอายุยืน หากได้รับการเลี้ยงดูและเอาใจใส่ที่ดี ก็จะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 12-15 ปี

หมาปั๊ก สุนัขหน้าย่น หมามงคล ชอบเอียงคอ ทำหน้าฉงนปนน่ารัก

เจ้าหมาปั๊กตัวอ้วนกลม ชอบทำหน้ามึนแบบกวน ๆ มีนิสัยขี้เล่น ร่าเริง และมีความเชื่อกันว่ารอยพับบนหน้าผากที่มีลักษณะคล้ายอักษรจีน หมายถึงเจ้าชาย ซึ่งถือเป็นลักษณะที่ดีของหมาสายพันธุ์ปั๊ก และถือว่าเป็นหมามงคล ทำให้สุนัขพันธุ์ปั๊กราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นนอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่จักรพรรดิของจีนทรงเลี้ยง และนอกจากรอยย่นที่หน้าแล้ว ปั๊กยังมีสีดำรอบปากคล้ายหน้ากาก ริมฝีปากสีดำ มุมปากโค้งขึ้นเหมือนรอบปากของรูปปั้นสิงโตของประตูวัง

ลักษณะทั่วไป และอุปนิสัยของเจ้าปั๊ก ที่ใครเห็นแล้วต้องหลงรัก

ลักษณะเด่นของหมาปั๊ก คือหน้าย่น ตาโปนโต จมูกสั้น ตัวเหลี่ยมตันและมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ใบหูพับตก หางม้วนขดเป็นเกลียวอยู่บริเวณสะโพก ขาหน้าเหยียดตรง ขนสั้นเป็นมัน หายใจและกรนเสียงดัง สีที่พบส่วนมากคือสีดำ สีน้ำตาลอมเหลือง สีแอปริคอท และสีฟอน ปั๊กมีเสน่ห์ ขี้เล่น ร่าเริง ฉลาด มีความดื้อเล็กน้อย แต่รักและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก และเป็นมิตรกับผู้คนรอบข้างเสมอ ใครที่หลงเสน่ห์ปั๊กอยากลองเลี้ยง ก็ลองหาซื้อมาเลี้ยงกันดูนะคะ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าลูกสุนัขปั๊ก ราคาถูก นั้นหายากมาก

การดูแลเลี้ยงดูเจ้าปั๊ก แค่ให้ความรัก และดูแลเรื่องความสะอาด

ในการเลี้ยงดูหมาปั๊ก ผู้เลี้ยงต้องคอยควบคุม และกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสมต่อการกินในแต่ละมื้อ เพราะปั๊กเป็นหมาที่อ้วนง่ายมาก ต้องให้กินอาหารในปริมาณที่พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะอาจส่งผลให้น้องหมาเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เนื่องจาก สุนัขพันธุ์ปั๊ก ราคา ค่อนข้างแพง ซื้อมาแล้วก็ต้องเลี้ยงดูเขาด้วยความรักและความใส่ใจ ส่วนเรื่องความสะอาดก็ดูแลไม่ยาก ควรอาบน้ำให้ 1 ครั้ง / 2 สัปดาห์ และควรดูแลความสะอาดบริเวณรอยพับบนใบหน้า

หากมีปั๊กไว้ครอบครอง รับรองจะไม่เหงา แต่ราคาก็ไม่เบาเช่นกัน

เนื่องด้วยเจ้าหมาปั๊กมีนิสัยที่น่ารัก และขี้เล่น ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเป็นหมาที่จิตใจดี ไม่เห่าพร่ำเพรื่อ เป็นมิตรกับทุกคน มักจะสร้างความประทับใจและรอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะแก่ผู้พบเห็นเสมอ เป็นหมาที่รักสงบ ไม่ชอบสร้างศัตรูกับสุนัขตัวอื่น ด้วยนิสัยที่น่ารักเหล่านี้ ทำให้ปั๊กเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาก ถึงแม้ว่าสุนัขพันธุ์ปั๊ก ราคาถูกนั้นค่อนข้างหายากก็ตาม

ดวงตากลมโต ใสซื่อบ้องแบ๊ว เห็นแล้วมีเสน่ห์

หมาปั๊กขึ้นชื่อว่าเป็นน้องหมาที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่พิเศษสุด ๆ ไปดูกันว่าเสน่ห์ตรงไหนที่มัดใจให้มนุษย์อย่างเราให้หลงใหล

  • ใบหน้าที่ย่นเหมือนเต็มไปด้วยความสงสัย
  • ดวงตากลมโต แสนบ้องแบ๊ว แต่ในแววตาโศกเศร้า 
  • รูปร่างล่ำสัน ตันเตี้ย น่ากอด
  • หางที่สั้นและม้วนขดเป็นเกลียว ดูน่ารักปนตลกนิด ๆ 
  • มีหลายสี แต่สร้างความฮาตรงที่เวลาอยู่รวมกันแล้วหน้าเหมือนกันหมด
  • เป็นเพื่อนซี้ที่ตามติดไม่เคยห่าง
  • จิตใจดี อ่อนโยน น่ารัก ไม่ก้าวร้าว 

ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ทำให้สุนัขปั๊ก ราคาถูก หาซื้อได้ยากส่วนมากราคาขั้นต่ำก็เฉียดหลักหมื่น

วิธีการเลือกซื้อ สุนัขสายพันธุ์ปั๊ก น้องหมาหน้าเดียว 

วิธีการเลือกซื้อหมาปั๊ก สังเกตุไม่ยากแต่การซื้อนั้นต้องไปเลือกซื้อจากฟาร์มสุนัขปั๊กด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเพื่อให้ได้พันธุ์ปั๊กที่สมบูรณ์คือ

1. ศรีษะ ต้องมีขนาดใหญ่ กลม มีรอยย่นมาก

2. ตา กลมโต โปนออกมาเล็กน้อย สีเข้ม

3. หู ใบหูบาง เล็ก พับไปด้านหน้าหรือหลัง 

4. จมูก สั้นและทู่ สีเข้ม มองไม่เห็นดั้ง

5. ลำตัว ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเล็กล่ำตัน มีกล้ามเนื้อ

6. ปาก สั้น คล้ายทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส

7. เท้า ฝ่าเท้าหนาเป็นรูปวงรี

8. ขา เหยียดตรงตั้งฉากกับพื้น ขาขวาและขาซ้ายเป็นเส้นขนานเมื่อมองจากด้านหน้า ความยาวต้องสมดุลกับลำตัว

9. ขน มีขนหนาสองชั้น เป็นมันและอ่อนนุ่ม

10. สีขน ปั๊กที่มีขนสีน้ำตาลอ่อน สีเงิน หรือสีครีม ต้องไม่มีสีขาวปะปน ส่วนปั๊กสีดำอาจมีขนสีขาวที่ท้องหรือหน้าอกปนได้ และบริเวณจมูก ปาก หู ใบหน้า และนิ้วเท้าต้องมีมาร์กกิ้งสีดำ

ปั๊กผสมปอม สุนัขข้ามสายพันธุ์ ไม่ต่างกันเรื่องความน่ารัก

การผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างหมาปั๊กกับปอม การผสมระหว่างปั๊กเจ้าหน้าหัก กับปอมหมาน้อยตะมุตะมิขนฟู ก็จะได้เป็นหมาน้อยลูกครึ่งปั๊กผสมปอม ที่ดูน่ารัก น่าเอ็นดูไปอีกแบบ เสมือนได้ลูกสุนัขสายพันธุ์ใหม่ที่ดูแปลกตา เนื่องจากปั๊กจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เด่นชัดเป็นพิเศษ ทำให้ไม่ว่าจะผสมกับสายพันธุ์ไหน ลูกที่ออกมาก็น่ารักน่าเอ็นดูทั้งนั้น

ปั๊กพันธุ์แคระ หมาน้อยตัวจิ๋ว แต่มีความคิวท์ใช่ย่อย

โดยทั่วไปหมาปั๊กเป็นที่รู้จักกันดี แต่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับปั๊กพันธุ์แคระ ซึ่งเจ้าปั๊กแคระนี้จะมีขนาดเล็กมาก ๆ โดยมีความสูงเพียงแค่ประมาณ 4 นิ้ว เท่านั้น และมีน้ำหนักตัวราว ๆ 1 ปอนด์ นิด ๆ ซึ่งเจ้าปั๊กแคระราคาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เป็นตัวกำหนด เพราะในตอนนี้ ปั๊กแคระอาจกลายเป็นสุนัขสายพันธุ์ปั๊กที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกไปแล้ว

สรุป

เนื่องจากหมาปั๊กมีรูปทรงดวงตาที่โปนออกมา ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดอันตรายบริเวณดวงตาได้ง่าย หากสังเกตุเห็นว่าเจ้าปั๊กกำลังถูตา หรือกระพริบตาถี่ ๆ และมีน้ำตาไหลออกมามากเกินไป หรือตาเปลี่ยนสี ควรพาน้องปั๊กพบสัตวแพทย์ทันที และด้วยความที่เป็นสุนัขที่มีจมูกสั้น อาจมีปัญหาเกี่ยวกับช่องเพดานปากอ่อน จึงจำเป็นต้องมีการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ 

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

รู้จักเจ้า หมาปอม เจ้าตัวเล็กขี้อ้อน มีความตะมุตะมิ น่าเอ็นดู

หมาปอม หรือปอมเมอริเนียน จัดอยู่ในสุนัขสายพันธุ์เล็ก น่ารัก ขนาดพกพา โดยคาดว่ามีถิ่นฐาน และกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนี แต่บ้างก็เชื่อว่ามีการพัฒนาสายพันธุ์ มาจากสุนัขสายพันธุ์ซามอยด์ ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัสเซียในเขตไซบีเรีย ปัจจุบันสุนัขตัวเล็ก สายพันธุ์ปอม ปอม ก็เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากเข้ากับคนได้ง่าย และพกพาไปไหนได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่มีพื้นที่จำกัด เช่น บ้านเล็ก ๆ คอนโด หรือหอพักนักศึกษา เพราะมีขนาดไม่ใหญ่มาก อยู่ในห้องเล็กพอประมาณได้ โดยที่ไม่อึดอัดจนเกินไป แต่ผู้เลี้ยงจะต้องมีเวลาในการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าปอมนั้นอาจดูบอบบางเหมือนหมาคุณหนู แต่แท้จริงแล้วมีต้นตระกูลมาจากสุนัขลากเลื่อน มีพลังงานที่เหลือล้นและซนเอามามาก ๆ เลยทีเดียว

หมาปอม สุนัขไซส์มินิ ฝึกง่าย แต่แอบปากร้ายนิด ๆ 

สำหรับหมาปอมนั้นเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ขนฟูสวย มีใบหน้าที่แหลมเล็ก ตัวกลม ตาแป๋ว หลายคนอาจสงสัยว่าปอมมีกี่ไซส์ ซึ่งจริง ๆ แล้วปอมมีแค่ 2 ไซส์ คือ ไซส์เล็กหรือไซส์ธรรมดากับไซส์ทีคัพ ซึ่งมีขนาดเล็กมาก สามารถนั่งในแก้วกาแฟได้ แต่บางร้านหรือบางฟาร์มก็จะมีการจัดไซส์เพิ่มขึ้นมา โดยจัดให้มี 4 ไซส์ คือ เล็ก กลาง ใหญ่ และไซส์ทีคัพ ปอมเป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กที่มีนิสัยขี้ประจบ ชอบเล่นซุกซน ร่าเริง เฉลียวฉลาด รักเจ้าของและซื่อสัตย์ แต่จะตกใจง่าย เห่าเก่ง ควรฝึกตั้งแต่ยังเล็กจะได้เชื่อฟัง

ปอมเมอเรเนียน หมาขนฟู ต้องเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี

เนื่องจากหมาปอมเป็นสุนัขขนฟู ในการเลี้ยงสุนัขปอม จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาเรื่องความสะอาดของขนให้ดูสวยงามอยู่เสมอ ซึ่งทำได้ไม่ยากเพียงแค่แปรงขนให้น้องปอมวันละครั้ง และอาบน้ำให้เดือนละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว แต่ต้องใช้แชมพูสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ และควรดูแลความสะอาดในช่องปากด้วยการแปรงฟัน นอกจากนี้ให้พาน้องปอมไปออกกำลังกายบ้างอย่างน้อย วันละ1ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 นาที

ปอมเมอเรเนียน เจ้าตูบสามหน้า ราคาแอบแรง

หลายคนอาจเคยสงสัยว่าหมาปอม หรือสุนัขพันธุ์ปอมมีกี่แบบ โดยทั่วไปแล้วปอมมีทั้งหมด 3 แบบ คือ 

1. ลักษณะใบหน้าแบบจิ้งจอก ( Fox Face ) สังเกตได้จากรูปทรงของกระบอกปากที่ยาวแหลม สุนัขปอมหน้าจิ้งจอก ราคาจะถูกกว่าปอมอื่น ๆ เนื่องจากไม่ค่อยเป็นที่นิยม

2. ลักษณะใบหน้าแบบตุ๊กตาหมี ( Teddy Bear ) สังเกตได้จากกระบอกปากจะสั้นและกลม ตาทั้งสองข้างจะอยู่ชิดกัน เหนือจากกระบอกปากไม่มาก

3. ลักษณะใบหน้าแบบตุ๊กตาเด็ก ( Baby Doll ) สังเกตได้จากกระบอกปากที่สั้น คล้ายกับ Teddy Bear แต่จะแบนกว่า ดวงตาอยู่สูงขึ้นมาจากกระบอกปากเล็กน้อย

ลักษณะรูปร่างที่ดี ของปอมเมอเรเนียน เป็นอย่างไร

หมาปอมมีรูปร่างลักษณะให้เลือกหลายแบบ แต่โดยมาตรฐานแล้วหมาปอม แท้ จะมีลักษณะรูปร่างเหมือนกับสุนัขจิ้งจอก หูเล็กตั้งตรง ตาเป็นวงสีดำ ลำตัวสั้นกะทัดรัด หางเป็นพวงสวยงาม จมูกจะต้องไม่ยาวเกินไป ขนต้องแน่น น้ำหนักตัวต้องไม่เกิน 4 กิโลกรัม สำหรับอาหารที่เลี้ยงควรเป็นอาหารสำเร็จรูป เกรดพรีเมียมอย่างดี

สุนัขตัวจิ๋ว ฉลาดรอบรู้ หน้าตาจิ้มลิ้ม มีให้เลือกหลากสี

หมาปอมมีหลากหลายสีขน แต่ไม่มีปอมสีไหนแพงสุด เพราะการตั้งราคาขึ้นอยู่กับความสวยเป็นหลัก ส่วนใหญ่สีของปอมที่เห็นกันทั่วไปก็จะมีสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม สีขาว สีแดง สีส้ม สีดำ หรือสีที่แซมผสมกันอย่างน้อย 2 สี นอกจากนี้ยังมีสีอื่น ๆ อีกมากกว่า 23 สี ถือได้ว่าเป็นสุนัขที่มีสีให้เลือกมาก และรูปร่างหน้าตาที่รักน่าเอ็นดู จนทำให้หลายคนหลงใหล และยอมยกใจให้กับเจ้าปอม

ซื้อปอมจากที่ไหน ปลอดภัยที่สุด อย่าหลงซื้อปอมราคาถูก อาจได้ของปลอม

ปัจจุบันหมาปอมยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ค้าหลายรายนำปอมไปผสมกับสุนัขสายพันธุ์สปริตซ์ ที่มีรูปร่างและสัดส่วนที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เกิดลูกดกกว่า และผู้ค้าเหล่านั้นก็จะขาย สุนัข ปอม ราคา ถูกกว่าท้องตลาด ฉะนั้นผู้ที่ต้องการจะซื้อปอมไปเลี้ยง ควรซื้อลูกสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป และต้องมีการทำวัคซีนครั้งแรกแล้ว โดยราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6,000-20,000 และราคาจะสูงกว่านี้หากพ่อแม่เป็นสุนัขสายประกวด และควรซื้อจากฟาร์มที่มีการจดทะเบียนได้มาตรฐาน

เทคนิคการดูปอมหน้าหมี ลักษณะที่พึงมี ดูได้ไม่ยาก

ลักษณะที่ดีของหมาปอมหน้าหมี มีเทคนิคในการสังเกตง่าย ๆ ดังนี้

  • ในปอมอายุ 2 เดือน จะต้องมีระยะห่างจากดวงตามาถึงปลายจมูกต้องไม่เกิน 1 นิ้วชี้วางด้านข้าง 
  • ลำตัวต้องไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ความสูงประมาณ 15-20 ซม. ในปอมอายุ 2 เดือน ขาจะไม่ยาวมากเหมือนสุนัขพันธุ์อื่น ๆ 
  • ขนต้องหยาบและฟูหนาทั่วทั้งตัว ในปอมอายุ 2 เดือน จะยังไม่เริ่มผลัดขน และขนที่ใบหน้าบริเวณปากและแก้มจะต้องฟู ยิ่งทำให้ดูเป็นหน้าหมีมากขึ้น 

ปอมหน้าหมีเป็นกลุ่มปอมที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด จากปอมทั้งสามแบบ

เคล็ดลับสำหรับ การเลี้ยงปอมเมอเรเนียน 

หมาปอมเป็นสุนัขที่ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นในการเลี้ยงลูกสุนัขปอม ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นหมาเด็ก ในตอนที่นำมาเลี้ยงใหม่ ๆ น้องปอมจะส่งเสียงกรีดร้องเมื่อไม่เห็นเจ้าของ เพราะต้องการให้อุ้ม ดังนั้นห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ปล่อยให้น้องร้องไปสักพักเขาก็จะเงียบไปเอง และต้องสอนให้น้องปอมรู้ว่า สิ่งไหนห้าม สิ่งไหนทำได้ และสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด

สรุป

หมาปอมเมอเรเนียน ถือเป็นสุนัขที่มีความฉลาดโดยธรรมขาติ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เร็ว มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีพลังงานเหลือล้น ผู้เลี้ยงจึงสามารถเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเจ้าปอมได้อย่างสนุกสนาน แต่ด้วยความที่เฉลียวฉลาดบางครั้งก็แอบหัวแข็งเหมือนกัน และเอาแต่ใจบ้างบางครั้ง ฉะนั้นจึงควรฝึกน้องปอมตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อให้ง่ายต่อการเลี้ยงดูต่อไป

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

หมาตำรวจ สายตรวจดมกลิ่น เจ้าตูบนักล่าฝีมือดี ช่วยสืบคดีให้คลี่คลาย 

ขึ้นชื่อว่าเป็น หมาตำรวจ ก็ต้องเป็นสุนัขที่ได้ผ่านการฝึกอย่างเข้มงวดมาโดยเฉพาะ เพื่อไว้สำหรับช่วยงานพี่ ๆ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ บังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ให้ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่พาพี่ ๆ ไปเจอหลักฐาน หรือจับตัวผู้ร้าย ได้ง่ายมากกว่าเดิมนั้นเอง สุนัขตำรวจเหล่านี้ จึงมีหน้าที่และภารกิจ ที่ต้องเสี่ยงภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ , ค้นหาตัวผู้สูญหาย , ค้นหาระเบิด, ยาเสพติด , กู้ภัย , การสะกดรอย , และสุนัขอารักขา รวมทั้งการจู่โจมจับตัวผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของตำรวจ ไปดูกันว่าสุนัขที่ต้องทำหน้าที่เสี่ยง ๆ เหล่านี้ ต้องฝึกอะไรกันบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะได้มาปฏิบัติหน้าที่สำคัญระดับชาติเช่นนี้ ไปดูกันเลย

ฮีโร่สี่ขา หมาตำรวจ ยอดนักสู้ เก่ง ฉลาด ซื่อสัตย์ และรอบรู้ 

ปัจจุบันน้อง หมาตำรวจ หลายตัว สามารถสร้างผลงาน ในวงการตำรวจได้หลากหลาย ช่วยคลี่คลายได้มากมายหลายคดี แสดงให้เห็นว่าสุนัขตำรวจไทยก็เก่งไม่แพ้สุนัขชาติใดในโลก ทำงานด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภักดี ไม่เกรงกลัวอันตราย และสิ่งสำคัญคือสุนัขตำรวจเหล่านี้ ทำหน้าที่ที่สำคัญและเสี่ยงอันตราย โดยที่ไม่ได้รับเงินเดือนเหมือนคนทั่วไปด้วยซ้ำ ไม่ต้องการลาภยศ หรือการสรรเสริญใด ๆ ใช้ชีวิตและกินอยู่แบบสุนัขปกติทั่วไป สิ่งเดียวพวกเขาต้องการแค่ความรัก และการได้รับการดูแลเอาใจใส่ จากผู้เลี้ยงดูเท่านั้น และนี่คือสิ่งพิเศษของเจ้าตูบที่ไม่ทีสิ่งอื่นใดมาเทียบเทียมได้

สุนัขตำรวจ ลักษณะดี ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร 

คุณสมบัติที่ดีของหมาตำรวจ จะต้องมีลักษณะดังนี้

  • มีความฉลาด และไหวพริบที่ดี จะต้องเข้าใจคำพูดของมนุษย์ และปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง ไม่น้อยกว่า 100 คำสั่ง
  • มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดี 
  • หวงแหนอาณาเขตของตัวเอง คุณสมบัติข้อนี้จะมีประโยชน์สำหรับการฝึกสุนัขเพื่อเป็นผู้พิทักษ์อารักขา 
  • มีประสาทสัมผัสพิเศษ
  • ต้องดุดันและกล้าหาญ และมีร่างกายที่แข็งแรง ที่สำคัญสุนัขตำรวจความสูงและสัดส่วนต่าง ๆ ต้องได้มาตรฐานตามที่กำหนด

สุนัข ที่นิยมนำมาฝึกส่วนมากเป็นสายพันธุ์อะไร

หลายคนอาจสงสัยว่าหมาตำรวจ ที่เห็นกันอยู่ทั่วไปนั้นเป็นสุนัขตำรวจพันธุ์อะไร ส่วนมากสุนัขที่นำมาใช้ในงานตำรวจจะเป็นสายพันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด ร็อตไวเลอร์ ลาบราดอร์ บรัสเซ็ทฮาสด์ เบลเจียน โดเมอร์แมน เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความสามารถเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งเป็นสุนัขที่น่ารัก ฉลาด และฝึกง่าย

สายงานแต่ละประเภท ของเจ้าหน้าที่สี่ขา ที่ต้องได้มาด้วยความ กล้าหาญ และชาญฉลาด

ประเภทสายงานของ หมาตำรวจ จะคัดเลือกตามความสามารถพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

1. สุนัขพิสูจน์กลิ่นของกลางในคดีอาญา จะต้องเป็นสุนัขที่ไม่กลัวเสียงดัง ไม่ก้าวร้าวกับมนุษย์ และไวต่อสิ่งเร้า

2. สุนัขอารักขา สะกดรอย ควยคุมฝูงชน ต้องมีความกล้าหาญ ไม่กลัวเสียงดัง ไม่กลัวคน มีความก้าวร้าวนิดหน่อย ไวต่อสิ่งเร้า และต้องมีความเป็นจ่าฝูง

3. สุนัขพิสูจน์กลิ่นยาเสพติดทุกชนิด จะต้องเป็นสุนัขที่ไม่กลัวเสียงดัง ไม่ก้าวร้าวกับมนุษย์ และไวต่อสิ่งเร้า ชอบการเล่น

4. สุนัขค้นหาวัตถุระเบิด จะต้องเป็นสุนัขที่ไวต่อสิ่งเร้าของสายงานวัตถุ ไม่กลัวเสียงดัง และไม่ก้าวร้าวกับมนุษย์ 

กว่าจะมาเป็น สุนัข K9 ก็ต้องเข้าโรงเรียน ฝึกความพร้อมก่อนปฏิบัติหน้าที่ 

หมาตำรวจ ที่เรียกกันว่า สุนัข K9 คือ สุนัขที่ผ่านเกณฑ์การฝึกมาแล้วตามขั้นตอน เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน และต้องเป็นสุนัขตัวผู้เท่านั้น เมื่อสุนัขเหล่านี้ได้เข้าประจำหน่วย ก็จะได้ประดับยศ โดยจะแบ่งเป็นสุนัขตำรวจตรี สุนัขตำรวจโท และสุนัขตำรวจเอก ตามลำดับ ซึ่งการเลื่อนยศนี้จะต้องผ่านการประเมินก่อน และจะเลื่อนขั้นตามอายุงาน

สุนัขสัตว์แสนรู้ ที่เกิดมาคู่กับความสามารถพิเศษ หาจากสัตว์ชนิดอื่นไม่ได้ 

สาเหตุที่หมาตำรวจทำคุณประโยชน์ได้มากมาย ก็เพราะว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่มัสัญชาตญาณในการค้นหาได้ดีเยี่ยม เนื่องจากสุนัขมีความสามารถในการรับรู้ได้ดี และว่องไวมากกว่ามนุษย์หลายเท่า โดยที่หูของสุนัขสามารถรับรู้การได้ยินดีกว่าคนมากถึง 20 เท่า ดวงตามองเห็นได้ดีกว่าคนมากถึง 10 เท่า และจมูกที่รับกลิ่นได้ดีกว่าคนมากถึง 40 เท่า ด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ทำให้สุนัขตำรวจ ราคาสูงถึง 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวที่แพงที่สุด

สุนัขตำรวจไทย กับภารกิจอันยิ่งใหญ่ จับผู้ร้าย เสี่ยงตายเพื่อชาติ 

หมาตำรวจมีหลายตัวที่ได้สร้างวีกรรมอันห้าวหาญไว้นับครั้งไม่ถ้วน แบบไม่กลัวตาย และด้วยความกล้าหาญและเสียสละนี้ ทำให้สุนัขบางตัว ต้องตายในขณะปฏิบัติหน้าที่ อย่างเจ้าเอ็กซ์ สุนัขเพศผู้สีดำ สายพันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด ที่โดนกับดักระเบิดตายขณะออกตระเวนกับเจ้าหน้าที่ ทางหน่วยงานจึงได้สร้างรูปสุนัข ซึ่งเป็นรูปปั้นไว้หน้าตึกกองบัญชาการ เพื่อระลึกถึงวีรกรรม

สุนัขตำรวจ ขยัน อดทน ปฏิบัติหน้าที่ แบบไม่มีเหนื่อยล้า เกินคุ้มกว่าราคาค่าตัว

หมาตำรวจที่ซื้อมาเพื่อฝึกนั้น ไม่ได้ซื้อกันตามร้านที่โพสรูปภาพสุนัขลงขายทั่วไป แต่ได้มาจากการเปิดซองประมูล ซึ่งจะต้องเป็นสุนัขที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ สตช. กำหนด จากนั้นก็เริ่มทำการฝึกขั้นพื้นฐาน คือการให้ฟังคำสั่ง นั่ง หมอบ คอย ฝึกเป็นเวลา 3 เดือน โดยจะทำการฝึกครั้งละตัว เพื่อไม่ให้เจ้าตูบสนใจพวกเดียวกันมากกว่าการฝึกนั่นเอง หลังจากฝึกผ่านขั้นแรกก็ฝึกขั้นสูงต่ออีก 3 เดือน จากนั้นก็เริ่มทดลองงาน 6 เดือน ก็ได้ติดยศตำรวจตรี พอทำงานครบ 3 ปีได้ติดยศตำรวจโท และทำงานต่อไปอีก 3 ปีก็จะได้ติดยศตำรวจเอก ส่วนตัวไหนที่ฝึกไม่ผ่านก็จะมีการเปิดประมูลขายให้กับประชาชนทั่วไปที่ต้องการซื้อ เช่นเดียวกับสุนัขตำรวจปลดประจำการ

สรุป

จะเห็นได้ว่าหมาตำรวจนั้นต้องฝึกอย่างหนัก และหลังจากฝึกแล้วก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเช่นกัน และเสี่ยงอันตรายมาก ๆ เพื่อปกป้องรักษาความปลอดภัย และความสงบสุขให้แก่คนในชาติ ถือได้ว่าเป็นการทำหน้าที่อันใหญ่หลวง และเสียสละมาก ๆ บางตัวก็ต้องตายในหน้าที่ ส่วนตัวไหนที่ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระก็จะทำการปลดประจำการ โดยเปิดประมูลให้กับผู้ที่อยากได้นำไปเลี้ยงต่อไป

Categories
บทความการเลี้ยงสุนัข บทความพันธุ์สุนัข

หมาชิบะ เจ้าตูบตัวน้อยน่ารัก นักล่าจากแดนปลาดิบ

หมาชิบะ เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็ก น่ารัก มีรูปร่างคล้ายสุนัขจิ้งจอก แต่มีความตะมุตะมิ ไม่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย น้องหมาสายพันธุ์ชิบะ เป็นอีกหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดด้วยนั่นเอง โดยชิบะนั้นได้ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อใช้ล่าสัตว์ที่มีขนาดเล็ก เพราะชิบะมีประสาทสัมผัสที่ดีในการรับกลิ่น และมีสายตาที่แหลมคม ทำให้ชิบะถูกเลี้ยงมาเพื่อเป็นนักล่า ซึ่งพวกมันสามารถล่าเหยื่อได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสัตว์เล็ก

หมาชิบะ ฉลาดรอบรู้ รักการผจญภัย ไม่ชอบอยูนิ่ง

หมาชิบะ เป็นสุนัขที่มีความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และกระตือรือร้นอยู่เสมอ มีนิสัยคือรักในความอิสระ สงบเสงี่ยมเมื่ออยู่ในบ้าน แต่จะสนุกสนานและมีชีวิตชีวาเมื่ออยู่นอกบ้าน ชอบวิ่งเล่นและรักการผจญภัยเป็นที่หนึ่ง ชิบะบางตัวมีความมั่นใจในเองสูงมาก มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ชอบการถูกควบคุมหรือถูกบังคับ แต่อย่างไรก็ตาม ชิบะ สุนัข ที่ยังคงเป็นสัตว์ที่แสนซื่อสัตย์ และยังคงมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของเสมอ แต่จะไม่ชอบคนแปลกหน้า ที่ไม่สนิทหรือคุ้นเคยมาก่อน รวมไปถึงสัตว์ชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ลักษณะทั่วไป ของสุนัขสายพันธุ์ชิบะ น้องหมาหน้ายิ้ม

ลักษณะโดยทั่วไปของหมาชิบะนั้นจะเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด กล้ามเนื้อแน่นกระชับ ขนมีลักษณะที่สั้นแต่หนา 2 ชั้น มีทั้งสีนำตาลผสมดำ สีงาแดงหรือสีแดง หูตั้ง ดวงตากลมสีเข้มเป็นประกายสุกใส รูปปากโค้งเหมือนกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา ชิบะจะมีอายุขัยโดยประมาณเฉลี่ยนอยู่ที่ 12-15 ปี บางสายพันธุ์อาจมีอายุยืนยาวถึง 26 ปี ก็มี โดยส่วนมากแล้วลูกสุนัขชิบะ ราคาจะค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับความสวยงาม และปัจจัยอื่น ๆ ประกอบรวมกัน

การดูแล และเลี้ยงดูเจ้าชิบะ ต้องเอาใจใส่ หมั่นให้ออกกำลังกาย

หมาชิบะเป็นหมาที่เจ้าของดูแลได้แบบง่าย ๆ และควรได้รับการแปรงขนอย่างเป็นประจำ เพื่อให้ขนหลุดร่วงออกไป และพลัดขนใหม่ให้เงางามกว่าเดิม เนื่องจากชิบะเป็นสุนัขที่มีการผลัดขนใหม่ปีละ 2 ครั้ง และควรอาบน้ำให้อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หากไม่สามารถอาบน้ำให้เองได้ แนะนำให้พาไปอาบน้ำที่ร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไป ก็จะดีมากเช่นกัน รวมไปถึงการดูแลในชีวิตประจำวัน การรักษาความสะอาดในช่องปาก เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งต้องทำเป็นประจำ และการดูแลความสะอาดในช่องหูก็เล่นกัน ควรพาชิบะไปออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ส่วนเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าหมา ชิบะดุไหม เพราะเป็นสุนัขที่มีต้นตระกูลเป็นหมานักล่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกและการเลี้ยงดูของผู้เลี้ยงเองเป็นสำคัญ

ชิบะ สุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ ชิบะแท้ราคาหลักแสน

เนื่องจากหมาชิบะ มีความโดดเด่นในเรื่องของความฉลาดแสนรู้ แถมยังน่ารักน่ากอด ทำให้ชิบะนั้นมีราคาที่สูงมาก ซึ่งชิบะแท้ส่วนมากที่มีขายตามฟาร์ม จะนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ทำให้ ชิบะ ราคาไม่แพง นั้นหายากมาก เพราะเป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ และต้องมาจากการผสมของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ทำให้ชิบะแท้มีราคาที่สูงมากตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน

ข้อควรรู้ของชิบะ รู้ไว้ก่อนคิดจะเลี้ยง จะได้ไม่เสี่ยงกับปัญหาที่ตามมา

คุณลักษณะของหมาชิบะ ที่ควรรู้เอาไว้ก่อนคิดจะซื้อสุนัขชิบะมาเลี้ยง มีดังนี้

  • ชิบะเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี
  • ชิบะเป็นสุนัขที่รักอิสระ
  • ชิบะไม่ชอบอาบน้ำ
  • ต้องออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
  • ไม่เหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์เล็กทุกชนิด
  • ต้องดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของฟันและช่องปาก
  • ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่หัดเลี้ยงหรือมือใหม่

โรคร้ายที่อาจขึ้นได้ กับสายพันธุ์ชิบะ อันตรายถึงชีวิต

โรคร้ายที่มักพบในหมาชิบะ คือ โรคต้อกระจก ต้อหิน โรคประสาทตาเสื่อม โรคกระดูกสะบ้าและสะโพกเสื่อม รวมทั้งโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นคอยดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของเจ้าชิบะด้วย เพราะอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นสุนัขที่มีราคาค่อนข้างสูง และแน่นอนว่า ชิบะ ฟรี นั้นไม่มีในโลก หรืออาจจะมีแต่น้อยมาก ส่วนใหญ่ที่ให้ฟรีสาเหตุก็มาจากเหตุผลบางประการ เช่น เลี้ยงต่อไม่ไหวหรือไม่มีกำลังเลี้ยง จึงนำมาแจกฟรีให้ผู้ที่ต้องการเลี้ยงต่อ แต่ก็หาได้ยากมาก

ชิบะต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

อาหารที่เหมาะสำหรับ หมาชิบะ คืออาหารแบบแห้งแต่ต้องมีคุณภาพ และคุณค่าทางอาหารสูง ควรให้วันละ 2 มื้อ ซึ่งปริมาณที่ให้ในแต่ละมื้อต้องเท่ากัน และควรวัดจากขนาด รูปร่าง อายุ อัตราการเผาผลาญ และการออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมของสุนัขแต่ละตัว และควรมีการตรวจเช็คน้ำหนักของสุนัขอยู่เสมอ เพื่อควบคุมไม่ให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป เพราะอย่างที่รู้กันอยู่ว่า ชิบะ ราคาถูก ๆ นั้นหายากมาก เพราะฉะนั้นควรดูแลให้คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

หมาน้อยชิบะ เพื่อนที่แสนดี แข็งแรงกล้าหาญ พร้อมอยู่เฝ้าบ้าน

โดยธรรมชาติแล้วหมาชิบะ ถึงแม้ว่าจะเป็นสุนัขชิบะน่ารัก ๆ ก็ถือได้ว่าเป็นหมาเฝ้าบ้านที่ดี เพราะด้วยนิสัยที่ไม่ชอบคนแปลกหน้า เมื่อมีผู้บุกรุกหรือโจรผู้ร้าย ก็เห่าเสียงดังและหนักแน่น แต่จะเห่าไม่นาน และไม่บ่อย แต่จะมีเสียงค่อนข้างใหญ่ และส่งเสียงกรีดร้องด้วยเสียงสูง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรเลี้ยงไว้นอกบ้านนาน ๆ เพราะอาจเป็นโรคลมแดดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สรุป

ในบางครั้งหมาชิบะอาจแสดงกิริยาก้าวร้าวออกมาบ้าง ซึ่งจะพบได้บ่อยในชิบะเพศเมียที่ถูกเลี้ยงดูด้วยการกระตุ้นให้เป็นหมานักล่า เพราะฉะนั้นจะต้องฝึกเจ้าชิบะตั้งแต่ยังเป็นหมาเด็ก และสิ่งสำคัญในการเลี้ยงชิบะคือต้องมีเวลาให้ และมีพื้นที่สำหรับให้วิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ชิบะเป็นสุนัขที่ต้องการความดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงชิบะจะต้องมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบ ดูแลและเลี้ยงดูสมาชิกใหม่อย่างเจ้าชิบะ เพื่อให้เขามีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

เริส ๆ เชิด สไตล์ ทำความรู้จัก สุนัขทรงเลี้ยงของราชินีวิคตอเรีย ปอมเมอเรเนียน

ปอมเมอเรเนียน ( POMERANIAN ) สุนัขพันธุ์เล็ก แต่ในสมัยก่อนสุนัขพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ นิยมเลี้ยงเอาไว้ใช้งาน เฝ้าแกะ และ ลากเลื่อน เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้มาจากทางตอนเหนือของทวีปยุโรป หลังจากนั้นสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีขนาดเล็กลง จนมีขนาดเหลือตัวเท่าในปัจจุบัน เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ในช่วงปี ค.ศ.1888 ราชินีวิคตอเรีย ได้เสด็จเยือนประเทศอิตาลี พระองค์ทรงตกหลุมรัก เจ้าปอมเมอเรเนียน ด้วยหน้าตาที่น่ารัก ดวงตาที่เป็นประกาย จึงได้นำเจ้าสุนัขปอมเมอเรเนียนไปเลี้ยง และ ตั้งชื่อว่า “TURI” โดยพระองค์จะนำเจ้าสุนัขปอมเมอเรเนียน มานอนด้วยพระองค์เสมอ หลังจากนั้นที่ประเทศอังกฤษก็นิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้กันแพร่หลาย

เริส ๆ เชิด สไตล์ ทำความรู้จัก สุนัขทรงเลี้ยงของราชินีวิคตอเรีย ปอมเมอเรเนียน

ตัวเล็ก แต่ใจใหญ่ ปอมเมอเรเนียน หน้าจิ้งจอก

เริส ๆ เชิด สไตล์ ทำความรู้จัก สุนัขทรงเลี้ยงของราชินีวิคตอเรีย ปอมเมอเรเนียน

ปอมเมอเรเนียน สุนัขพันธุ์เล็ก ที่มีหน้าตาน่ารัก เป็นมิตรภาพ กระตือรือร้น ช่างประจบ สุนัข พันธุ์ ปอม เม อ เร เนียน ประวัติ ซึ่งมีประวัติน่าสนใจ และ กว่าจะถูกพัฒนาให้ตัวเล็กได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย แต่ด้วยลักษณะเด่นของเจ้าสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนจะมีลักษณะขนยาว และ หนา 2 ชั้น มีหางม้วนอยู่ใกล้บริเวณหลัง ขา และ ลำตัวค่อนข้างสั้น มีลักษณะของหัวเหมือนสุนัขจิ้งจอก ใบหูเล็กตั้งตรง ปอมเมอเรเนียน จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3-3.1 กิโลกรัม ส่วนสูงจะอยู่ที่ 7-12 นิ้ว อายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12-16 ปี และเป็นสุนัขที่จัดอยู่ในกลุ่ม TOY GROUP และนอกจากนี้ สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนจะมีลักษณะรูปหน้า 3 แบบคือ หน้าจิ้งจอก ตุ๊กตาหมี และ ตุ๊กตาเด็ก แต่สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนหน้าจิ้งจอก เป็นลักษณะหน้าที่ถูกต้องที่สุดของสายพันธุ์นี้ ซึ่งวัดจากมาตรฐานของสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา และนอกจากนี้ ปอมเมอเรเนียน ทีคัพ ซึ่งในตอนนี่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย เป็นสุนัขที่ได้รับการผสมพันธุ์ของสุนัขที่มีขนาดเล็กมาก ๆ โดยมีน้ำตัวอยู่ที่ 1.5-2.0 กิโลกรัมเท่านั้น

นิสัยของเจ้าสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน สุนัขพันธุ์นี้นอกจากจะเป็นสุนัขพันธุ์เล็กกระทัดรัดแล้ว ความคล่องตัว ว่องไว กระตือรือร้น และฉลาด อีกทั้งกล้าหาญ ซื่อสัตย์ ขี้สงสัย หากได้เจอกับคนแปลกหน้า รับรองเขาจะเห่าใส่ไม่ยั้ง พร้อมบวกเสมอ และด้วยความที่เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างมีพลังงานสูง เขาจะชอบ ให้พาออกไปด้านนอก ชอบไปสำรวจโลกกว้าง ชอบเจอผู้คน แม้หน้าตาเขาจะดูเริส ๆ เชิด ๆ ไปสักหน่อย หากคุณได้เจ้าปอมเมอเรเนียนมาครอบครอง ควรหัดฝึก และออกคำสั่งเขา เพราะบางทีเขาดื้อ คคุณอาจจะปวดหัวหนักไม่น้อยเลย

เริส ๆ เชิด สไตล์ ทำความรู้จัก สุนัขทรงเลี้ยงของราชินีวิคตอเรีย ปอมเมอเรเนียน

ปัญหาด้านสุขภาพที่ควรระมัดระวัง สุนัขสายพันธุ์นี้ก็จะคล้ายกับสุนัขพันธุ์เล็ก สายพันธุ์อื่นเช่น

โรคอ้วน นอกจากพลังงานที่มีสูงแล้ว การกินจุ กินเยอะ ก็มีให้เห็นด้วยเช่นกันในสุนัขสายพันธุ์นี้ ดังนั้นคุณควรดูแลเรื่องการกินให้ดี ไม่ควรให้อาหารที่มีปริมาณมากจนเกินไป

สะบ้าเคลื่อน ปัญหาที่บ่อย และ สร้างความเจ็บปวดได้ไม่น้อย การเดินขากระเผลก มีการเขย่าขา หรือ ยืดขาก่อนจะเดินในท่าปกติ หรือ สุนัขมีการยกขาขึ้นเล็กน้อยขณะกำลังเดิน

ข้อสะโพก การเดินในท่าทางที่ผิดปกติ ลุกยืน หรือ นั่ง ด้วยท่าทีลำบาก อันนี้ก็สร้างความเจ็บปวดได้ไม่น้อย การรักษาอาจจะลงเอยด้วยการผ่าตัด

โรคเกี่ยวกับตา ไม่ว่าจะเป็นโรคตาแห้ง ต้อกระจก โรคหนังตาม้วนเข้า หรือ ท่อน้ำตาอุดตัน หมั่นสังเกตุตาของเขา หากมีสิ่งผิดปกติควรนำไปพบ สัตวแพทย์ทันที หากปล่อยเอาไว้ตาของเขาอาจจะบอดได้

โรคภูมิแพ้ อาการคัน เอาหนาไถกับพื้น เลียเท้า ควรนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์นะครับ

โรคเหงือก และ ฟัน การดูแลช่องปากซึ่งไม่ต่างจากมนุษย์ แต่การใช้แปรง และ ยาสีฟัน ควรใช้ของสุนัขโดยเฉพาะเท่านั้น

โรคหลอดลม อาการไอแห้ง เสียงดัง โรคซึ่งเกี่ยวพันกับโรคอ้วน

โรคขนร่วง เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้มีขายาว การแปรงขน ทุกวันหรือ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การหลุดร่วงของเส้นขน ไม่ว่าจะเป็นช่วงผสมพันธุ์ ช่วงออกลูก หรือช่วงที่เขาเครียด ดูลักษณะขนว่าหลุดร่วงเป็นหย่อม หรือ มีอาการคันร่วมด้วยหรือไม่ หากพบเจอปัญหาดังกล่าว เจ้าปอมเมอเรเนียนอาจกำลังเจอปัญหาของเชื้อรา

หลงรักเจ้าปอม หน้าหมี

ปอมเมอเรเนียน สุนัขพันธุ์เล็กไม่ว่าจะเป็น ปอมเมอเรเนียน หน้าหมี หรือหน้าจิ้งจอก เขาจะมีความกระตือรือร้นสูง เป็นมิตร ชอบสังคม สุนัขพันธุ์นี้จึงเหมาะกับทาสที่มีเวลาพาเขาออกไปเดินเล่น การเลี้ยง ปอมเมอเรเนียน โตเต็มวัย ค่อนข้างจะเลี้ยงยากสักหน่อย หากคุณรับเลี้ยงต่อมาจากเพื่อน หรือคนอื่น เพราะสุนัขพันธุ์นี้จะซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก ควรรับเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก ในการเลี้ยงเพื่อเอาไว้เฝ้าบ้าน เขาจะทำหน้าที่นี้ได้ดีเพราะแม้เขาจะตัวเล็กแต่เห่าดังมาก

Categories
บทความพันธุ์สุนัข

เรียนรู้ ก่อนเลี้ยง บีเกิล สุนัขจมูกไว เป็นมิตรกับทุกคน

บีเกิล หรือ BEAGLE สุนัขสายพันธุ์กลางขนสั้น ลำตัวกระทัดรัด ร่าเริง มีจมูกดมกลิ่นที่เก่งกาจ อารมณ์ดี ฉลาด และยังมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ดุร้ายจนเกินไป ชอบอยู่เป็นกลุ่ม ชอบเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นสุนัขด้วยกันเอง สัตว์เลี้ยงชนิดอื่น หรือ แม้กระทั่งเด็ก ๆ “บีเกิล” เป็นสุนัขที่มีเชื้อสายของสุนัขนักล่าสัตว์ ช่วยในการล่ากระต่าย และนิยมเลี้ยงกันมากในประเทศอังกฤษ ต่อมาการเลี้ยง “บีเกิล”เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักล่ากระต่าย ในอเมริกาช่วงหลังสงครามกลางเมือง และ ได้มีการจดทะเบียนสายพันธุ์ “บีเกิล” เอาไว้โดยสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา หรือ AKC ในปี คศ.1885 และด้วยความที่เขามีจมูกที่ไวมาก “บีเกิล” จึงได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วย ให้ตรวจสอบหายาเสพติด หรือ วัตถุระเบิด

บีเกิล กับความสามารถในการดมกลิ่นที่เป็นเลิศ

บีเกิล มีขนสั้นเรียบ กล้ามเนื้อแน่น แข็งแรง ศีรษะเป็นทรงโดมเล็กน้อย ปากเป็นสี่เหลี่ยม จมูกกว้าง และมีหูยาวห้อยลงมา เป็นลักษณะเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หน้าอกลึก สันหลังตรง หางยาวพอประมาณ สีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำ สีนำตาล , และ สีขาว “บีเกิล” จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ บีเกิ้ลไซส์เล็ก กลุ่มที่มีความสูงไม่เกิน 13 นิ้ว น้ำหนักประมาณที่ 18 ปอนด์ และ กลุ่มที่มีความสูงเกิน 15 นิ้ว น้ำหนักประมาณที่ 20 ปอนด์ อายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10-12 ปีโดยประมาณ

เรียนรู้ ก่อนเลี้ยง บีเกิล สุนัขจมูกไว เป็นมิตรกับทุกคน

โรคที่อาจจะพบได้ง่ายใน “บีเกิล”

โรคอ้วน สุนัขพันธุ์นี้มีโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนได้ง่าย เพราะนิสัยรักการกิน และ พ้นวัยเด็กเขาจะอ้วนง่าย เพราะเข้าช่วงที่อายุเยอะ ความร่าเริงจะค่อย ๆ ลดลง เขาจะอยู่บ้านมากขึ้น และ นอนเยอะ จนเป็นสาเหตุของการอ้วน การเลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์ เพื่อให้เหมาะสมกับพลังในแต่ละวัน การออกกำลังก็สามารถช่วยได้ บีเกิ้ล ห้ามกินอะไร สิ่งที่ห้ามให้เขากินเด็ดขาดเลยคือ หัวหอม และ ช็อคโกแลต

โรคตา โรคเชอรรี่อาย ที่โอกาสพบบ่อยในสุนัขพันธุ์นี้ โรคต้อหิน ที่เกิดจากความดันในตาสูงผิดปกติ ส่งผลทำให้สุนัขอาจจะตาบอดได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว

โรคข้อต่อ หรือ กระดูก โรคของภาวะกระดูกสะโพกเสื่อม , การเคลื่อนของสะบ้า โรคนี้สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม โดนเขาจะเจ็บขาหลัง เวลาลุก หรือ เดิน การเดินที่ผิดปกติ เช่นการยกขา , เดินกระเผลก หรือยืดขาก่อนจะเดินในท่าปกติ หากเป็นรุนแรงอาจมีปัญหา ข้ออักเสบ หรือ ข้อเสื่อมได้

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การปวดบริเวณ คอ และ หลัง หากรุนแรงอาจจะทำให้สุนัขเสียความรู้สึก และ ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้

ลมชัก โรคระบบประสาทที่พบได้บ่อย หากพบว่าสุนัข ล้ม ขาเหยียดเกร็ง และ หมดสติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ทันที

เรียนรู้ ก่อนเลี้ยง บีเกิล สุนัขจมูกไว เป็นมิตรกับทุกคน

การดูแลทำความสะอาด ขน และ หู “บีเกิล”

การแปรงขนให้เขาควรแปรงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อกำจัดเศษขน หรือ เซลล์ขนที่ตายแล้วออก อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นขนได้ 

หูของเจ้า “บีเกิล” ที่ปกคลุมยากต่อการดูแล ทำให้การระบายอากาศบริเวณหูไม่ค่อยดี มีขี้หูเยอะ การติดเชื้อในช่องหูจึงพบได้บ่อย ดังนั้นควรทำความสะอาดช่องหูทุก ๆ 2 สัปดาห์ หลังอาบนี้ควรเช็ดทำความสะอาดหูให้แห้ง และระวังไม่ให้น้ำเข้าหู

การแปรงฟัน จะช่วยลดปัญหาหินปูน และ กำจัดแบคทีเรียในช่องปากได้ ควรแปรงฟันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เลือกใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัข และ ควรเลือกแปรงให้พอดีกับปากสุนัข 

เจ้าสุนัข จมูกไว ร่าเริง เป็นสมาชิกใหม่ที่ดีในครอบครัว

บีเกิล ที่นิยมเลี้ยงกันมาก จะมีสีขน สีดำบริเวณหลัง ขา อก ท้อง สีขาวจะอยู่บริเวณของหาง ส่วนสีน้ำตาล จะอยู่บริเวณหัว และ กลางหลังสุนัข บีเกิ้ล เลี้ยงยากไหม คงตอบได้เลยว่าไม่ยาก เพียงแต่ว่า สุนัขพันธุ์นี้เหมาะสำหรับ ผู้เลี้ยงที่มีเวลาพาเขาไปวิ่งเล่น นอกบ้าน อาจจะเป็นสุนัขเฝ้าบ้านได้ไม่ดีนัก ด้วยความเป็นมิตรของเขานั้นเอง“บีเกิล” ในช่วงวัยเด็ก และ บี เกิ้ล โตเต็มวัย ความร่าเริงในตัวเขาจะเยอะมาก ๆ อยากเล่นด้วยทั้งวัน การพาสุนัขไปวิ่งเล่นควรใส่สายจูงเอาไว้ เพราะด้วยความร่าเริง และ ความไวของจมูก อาจจะทำให้เขามุดออกไปนอกบริเวณที่เราต้องการได้ แต่เมื่อเขาแก่ตัวลง จะพบว่าความร่างเริงจะค่อย ๆ หมดไป ความอ้วนจะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้คุณทาส ควรศึกษาโรค และ วิธีดูแลสุนัข ให้ดี และ หมั่นพบแพทย์ทุก ๆ 6-12 เดือน

เรียนรู้ ก่อนเลี้ยง บีเกิล สุนัขจมูกไว เป็นมิตรกับทุกคน
Categories
บทความพันธุ์สุนัข

สุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ ไซบีเรียน ฮัสกี ผู้นำแห่งสุนัขลากเลื่อน

สุนัขสายพันธุ์ ไซบีเรียน ฮัสกี ( SIBERIAN HUSKY ) สุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ของชาวCHUKCHI ชนเผ่านึงในไซบีเรีย อยู่ประเทศรัสเซีย สุนัขสายพันธุ์นี้ เป็นสุนัขที่แข็งแรง คล่องแคล่วว่องไว มีพลังเยอะ ด้วยความที่เขามีขนฟูหนา และมีพลังกำลังเหลือล้น สุนัขสายพันธุ์นี้จึงได้ถูกนำมาใช้ในงานลากเลื่อน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นสมาชิกในครอบครัวที่จะได้นอนกับเด็ก เพื่อสร้างความอบอุ่น หลังจากนั้น เจ้าสุนัขไซบีเรียน ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัข AMERICAN KENNEL CLUB ในอเมริกา และ แคนาดา จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย

หมาป่าแห่งขั้วโลกเหนือ ไซบีเรียน ฮัสกี

สุนัขสายพันธุ์ ไซบีเรียน ฮัสกี สุนัขขนาดใหญ่ ที่มีขนหนาฟู 2 ชั้น และสามารถต้านทานความหนาวเย็นของขั้วโลกเหนือได้ แต่ในช่วงหน้าร้อน อาจจะพบปัญหาเกี่ยวกับการระบายความร้อน ไซบีเรียนแท้ หน้าคล้ายหมาป่า หูตั้งขนาดกลาง เป็นรูปสามเหลี่ยม หางฟูม้วนเกลียวเหนือหลัง และจะลากยางไปด้านหลัง รูปทรงของตา คล้ายเม็ดอัลมอนด์ สีตาจะมีสีฟ้า , น้ำตาล , เขียว , เหลือง , ตาHAZEL หรือ แก้วตาหลายสี , ตาสีฟ้าข้างนึง และ สีเหลืองข้างนึง หรือ ตาข้างเดียวแต่แบ่งซีก สองสี จมูกสีแทน สีดำ และ สีเทา ขนาดของเจ้าไซบีเรียนเพศผู้จะมีขนาดความสูงตั้งแต่ 53-60 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 20-28 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียจะมีขนาดความสูงตั้งแต่ 50-56 เซนติเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 15-23 กิโลกรัม ช่วงชีวิตของเจ้าไซบีเรียนจะมีอายุ 12-15 ปี 

ปัญหาด้านสุขภาพของเจ้าไซบีเรียน

  • โรคภูมิแพ้ เจ้าไซบีเรียนสุนัขขนยาว ที่พบปัญหาของผิวบอบเบา และ แพ้ง่าย การสังเกตอาการคัน การเลีย หรือการถูบริเวณใบหน้า การหลุดร่วงของเส้นขนเป็นหย่อม ๆ หรือการรอยแดงบริเวณที่เขาเกา
  • โรคข้อต่อ การเสื่อมของกระดูกข้อต่อ , ข้อสะโพก ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ และ อีกสาเหตุคือพันธุกรรม การแสดงอาการ ลุกยืน หรือ เดิน ที่ผิดปกติ
  • โรคกระเพาะอาหาร โรคที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน มักเกิดขึ้นกับสุนัขขนาดกลาง ไปขนาดใหญ่ การหด หรือ บิดตัวของกระเพาะอาหาร หลังการกินอาหาร หรือ กินน้ำ แล้วออกกำลังอย่างหนักหน่วง เขาจะมีอาการ เกร็งท้อง น้ำลายไหลมาก กระสับกระส่าย คล้ายจะอาเจียน หากอาเจียนก็ไม่มีอะไรออกมา หากพบเจอปัญหาเหล่านี้ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที
  • โรคเกี่ยวกับตา โรคตาที่เกิดขึ้นได้เข่น โรคต้อกระจก กระจกตาเจริญเติบโตผิดปกติ กระจกตา และ จอตาเสื่อม

การดูแลเจ้าไซบีเรียน 

  • การดูแลเจ้าไซบีเรียน ตัวใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของขน เพราะเขาเป็นสุนัขที่มีขนหนา 2 ชั้น การผลัดของเขาทีอาจจะทำให้ทาสต้องเหนื่อย การแปรงขน หรือ การดูดขนโดยใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดการสะสมของเส้นขนที่มีอยู่ทั่วทุกมุมของบ้านอย่างแน่นอน
  • การอาบน้ำให้กับเจ้าไซบีเรียน เป็นเรื่องง่ายมาก ด้วยนิสัยชอบเล่นน้ำ เจอน้ำที่ไหนเป็นไม่ได้ ต้องเล่นให้ได้ แต่ปัญหาที่ทำให้ทาสต้องปวดหัวมากที่สุดคือ การทำให้ขนหนา ๆ ของเจ้าไซบีเรียนแห้ง เพราะหากขนเปียก อับชื้น ปัญหาการติดเชื้อราต่าง ๆ ตามมา ดังนั้นหากเขาเปียกคุณต้องใช้ไดร์เป่าเส้นขนของเขาให้แห้งสนิททุกส่วน และอย่างน้อยทุก ๆ สัปดาห์ ควรแปรงฟัน ล้างหู และ ตัดเล็บให้เขาด้วย เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี

ในบางครั้ง เขาก็แลดูติ๊งต๊อง

สุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี สุนัขพันธุ์ใหญ่ ที่ฉลาด ดูสง่า ที่มีพลังงานเหลือล้น ชอบออกกำลัง ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ ลักษณะของสายพันธุ์นักล่าที่ชอบไล่จับสิ่งของต่าง ๆ สุนัขสายพันธุ์นี้ชอบวิ่งเล่นมาก จนบางครั้งใครหลายคนคิดว่าเขาปัญญาอ่อน และ ติ๊งต๊องเล็กน้อย แล้วเจ้าไซบีเรียน มีกี่สายพันธุ์ ล่ะที่นิยมในประเทศไทย คือเขาแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ไซบีเรียนสแตนดาทไซบีเรียน ประกวด และ ไซบีเรียน วู้ดลี่โค้ด (สายพันธุ์ที่เป็นยีนด้อย หายาก และ ไม่สามารถประกวดได้) แต่อย่างไรก็ตาม การฝึก และ ควบคุม ออกคำสั่ง มีหมั่นฝึกบ่อย ๆ เพราะเจ้าไซบีเรียน มี สัญชาตญาณการล่า คุณควรมีคอก หรือ กรงที่แข็งแรง เพื่อป้องกันการทำร้ายล้าง หากเขาหลุดออกมาได้เช่นกัน แต่การจะนำเขามาเลี้ยงในประเทศไทย บางครั้งก็น่าเห็นใจ เพราะเขาเป็นสุนัขขนหนาทนทานต่อความเย็น จึงไม่ค่อยเหมาะกับสภาพอากาศร้อนอย่างประเทศไทยเท่าไรนัก